วันชิว ๆ ของคนเ... 的个人资料วันชิว ๆ ของผู้ชายเชย ๆ日志列表网络 工具 帮助

日志


3月22日

เพื่อน ๆ ๆ

มาบ่นเรื่องเพื่อน ๆ บ้างดีกว่าเนอะ
เริ่มจากป๋าเฟย์ก่อนเลย  เนื่องด้วยเพื่อนเฟย์จะไปประชุมที่ Melbourne ศุกร์นี้  พวกเราก็เลยไปฉลองกันที่บ้านเฟย์ (เฟย์หญิงแฟนไอ้เฟย์)  มาถึงก็เริ่มเล่นกีตาร์กัน  แต่เนื่องด้วยพวกเรามารวมกันโดยไม่ได้นัดหมายก็เลยมีกีตาร์พิการหนึ่งตัวกับเบสอีกอัน  กีตาร์พิการนี้ก็มีสายหนึ่งขาด  ส่วนเบสนี่ก็ตั้งสายไว้หย่อนมากมาย (ปกติเค้าเอากีตาร์เล่นแทนเบส  แต่เราอัตคัตจนต้องเอาเบสเล่นแทนกีตาร์)  แถมเนื่องด้วยไม่มีไข่ให้เขย่า (หมายถึงลูกแซ็ค)  ไอ้เฟย์ก็เลยไปเอาขวดยาพาราหมดอายุมาเขย่า  ดู ๆ ไปวงขอทานยังดูดีกว่ามากมาย 
สักพักเราก็หลับไป (ก็ทำงานตีสามนี่นา) พอตื่นมาอีกทีไม่รู้ว่าป๋าเฟย์เพี้ยนหรือคุณไมค์เมา  คนนึงเล่นกีตาร์เพลง "อย่าบอกว่ารัก" แต่อีกคนร้อง "ไหนว่าจะไม่หลอกกัน"  แถมเล่นจนจบเพลง  ทำได้ไงเนี่ย
ต่อมาก็เรื่องส้มบ้างดีกว่า  ไม่รู้ว่าช่วงนี้ส้มไปทำไรมาถึงดูอึ๋มขึ้น (นี่ชมนะ  ไม่ได้ว่าส้มอ้วน  อย่าเข้าใจผิด)  สงสัยต้องบอกน้องเมย์ไปทำแบบส้มบ้าง  ความน่ารักจะได้เพิ่ม 8.973 (ล้อเล่นนะน้องเมย์  ปกติน้องเมย์แม้ไม่มีหน้าอกก็น่ารักเสมออยู่แล้วล่ะ)
บีบีน่าสงสารมากเลยอ่ะ  เห็นทำหน้าเครียดทุกวันเลย  อยากให้บีบีมาทำงานอย่างมีความสุขจัง  ยิ้ม ๆ หน่อยนะคะ  ไม่อยากให้บีบีมาทำงานเหมือนมาติดคุก
ดีจังที่ไม่ได้ทำงาน Contract  เราคงทนไม่ได้อ่ะเวลาที่มีคนขึ้นเสียงใส่ (อย่างที่ป๋วยทำกับเราประจำ)  บางทีก็สงสัยเนอะว่าทำไมป๋วยคุยกับคนอื่นดี ๆ แม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนแปลกหน้า  แต่พอคุยเรื่องงานกับเราที่เป็นเพื่อนต้องขึ้นเสียงทุกครั้ง
จะว่าไปช่วงนี้เหมือนว่ามีเพื่อน ๆ แอบ Popular กันมากมายแฮะ  โดยเฉพาะไอ้เจ  ได้ข่าวว่าเมื่อวันเกิดที่ผ่านมาได้ของขวัญไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น (ได้ข่าวว่าได้จากสาว ๆ รวมแล้วสิบแปดชิ้น  ได้จากพวกเราอีกเท่าไหร่ไม่รู้)  ว่าง ๆ ก็มาแบ่งความ Pop ให้กูด้วยนะคับมึง
บ่นเรื่องตัวเองบ้างดีกว่า  ตอนนี้จะตัดใจให้ได้ละ  เพราะยังไงสุดท้ายเราก็ต้องเจ็บปวดคนเดียวนี่นา  แถมที่สำคัญเหมือนเค้าก็ไม่เคยมองมาที่เราเลยซักครั้ง (บางครั้งเราเองยังสงสัยเลยว่าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อนรึป่าว)  เอาละจะตัดใจให้ได้ละ
เรื่องสุดท้ายดีกว่า  ตั้งแต่หมด Daylight saving ที่ NZ เราก็ไปทำงานตอนตีสาม  จะบอกว่าโดนตำรวจเรียกบ่อยมากมายที่ด่าน  แต่เด็ดสุดก็เมื่อวันอังคาร  พี่เค้าถามว่า "น้องจะไปไหน (ทำเสียงเหน่อ ๆ ประกอบ)"  ไอ้เราก็ตอบว่า "ไปทำงานครับ"  สักพักแกก็ตะโกนด้วยเสียงเหน่อว่า "นี่น้องเห็นพี่เป็นตัวอะไรถึงตอบอย่างนี้"  ไอ้เราก็เริ่มเครียดละ...  ก็กูจะไปทำงานจิง ๆ นี่หว่า  อีกอย่างผมก็ไม่ได้เห็นพี่ตำรวจเป็นตัวอย่างกระต่าย งู ม้า ช้าง กบ หรือคนขับสิบล้อ  ถ้าผมเห็นพี่เป็นตัวพวกนั้นผมจะจอดคุยด้วยทำไมเนี่ย
สักพักพี่แกก็ขอดูใบขับขี่  ไอ้ใบขับขี่เราก็ดันเป็นรูปตอนอยู่ปีสาม (ถ้าใครจำได้จะรู้ว่าเราทำผมสีแดงแรดมากมาย)  พี่แกก็พูดว่า "น้องทำผมพั้งค์มากมายเลยเนี่ย  มีอะไรดลใจป่าว"  ไอ้เราก็นึกในใจว่าพี่อยากได้คำตอบประมาณว่าผมมีองค์หรอถึงถามอย่างนี้เนี่ย  สุดท้ายพี่แกก็ปล่อยทำงาน  ทำเราเหนื่อยมากมายเลย
พรุ่งนี้ลางานไปค่าย  จะมีคนคิดถึงเราป่าวเนี่ย... (แต่คนที่อยากให้คิดถึงเค้าคงไม่สนใจมั้ง  เฮ้อ...)
3月17日

ตัวประกอบฉาก T_T

ช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงเวลาเศร้า ๆ เนอะ  ไม่ว่าจะแอนที่ไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาล  ไอ้เทียนที่เสียอากงไปโดยไม่มีวันกลับ (แสดงความเสียใจด้วยนะ)  หรือจะเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย  พอเจอเรื่องอย่างนี้แล้วเราเองก็เลยพลอยรู้สึกแย่ไปด้วยแฮะ
เอาเรื่องชิว ๆ บ้างดีกว่าจะได้ไม่เครียด  เมื่อวันศุกร์ที่แล้วคุณเฟย์เค้าลางานเพราะนายเค้าที่ Melbourne หยุด  มันก็เลยต้องไปทำงานวันอาทิตย์ชั่วโมงนึงเพื่อหยุดวันจันทร์ทั้งวัน  ปรากฎว่าพอวันจันทร์ไอ้คุณเฟย์ดันนึกได้ว่าต้องไปส่งแฟนที่ VTT อยู่ดี  สรุปวันนั้นมันก็ไปที่ออฟฟิสเหมือนไม่ได้ลางาน  แล้วอย่างนี้มึงจะลางานทำไมเนี่ย
เมื่อวันจันทร์เนื่องด้วยเฟย์และเพื่อน ๆ อยู่ที่ VTT  ไอ้เราก็เลยรีบออกจาก HRH ไป VTT   แต่พอถึงที่นั่นไอ้เฟย์กับจินเล่นออกไปหาอะไรกินแล้ว  ส่วนปุ๊กงานยุ่งมากจนไปไหนไม่ได้  แล้วก็น้องก้อยดันติดกินข้าวกับพวก Tresurer Credits  ก็เลยมีคนไปกินข้าวแค่เรา ออย พี่เย็น (แฟนออย) แล้วก็คุณน้องสาว (สมดี)  แถมไปกินแต่อาหารทะเลแอบขาดทุนมากมาย  หมดตัวเลยวันนั้น  T_T
วันก่อนมีคน ๆ นึงโทรมาทั้ง ๆ ที่เค้าไม่เคยโทรหาเรามาก่อนเลย  จะบอกว่าแอบดีใจมากมายถึงจะรู้ว่าที่เค้าโทรหาเราเพราะโทรหาคนอื่นไม่ติดก็เหอะ  แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะตัดใจได้เนี่ย
สรุปว่าหยุดช่วง Easter ก็จะไปเที่ยวทะเลกันนะคับพี่น้อง  แต่เอาจริง ๆ ก็คงไม่ได้เที่ยวทะเลหรอกเพราะคนเยอะมากมาย  สงสัยได้เล่นไพ่นอนอยู่ในห้องมากกว่าแน่ ๆ  พูดตรง ๆ นะว่าการไปทะเลคราวนี้จะหนุกป่าวก็ไม่รู้  เพราะเหมือนคนอื่นเค้า Enjoy กันเองมากมายอยู่แล้วไม่ว่าเราจะไปรึไม่ไป  ก็ขอให้หนุกแค่ครึ่งนึงเท่าเวลาไปกับเพื่อนที่ชมรมละกัน
อย่างที่คิดไว้เลยเรื่องงาน Project ที่ทำกับคุณ Alan Morris  เราทำเสร็จภายใน Week เดียว (จริง ๆ เค้าให้เวลาเราตั้งสามอาทิตย์แน่ะ)  พอทำเสร็จมีแต่คนฝั่ง AUS กับ NZ ชื่นชมไม่ว่าจะ คุณ Alain ที่เป็น AP Coordinator Manager หรือว่าจะคุณ Alan Moris ที่วางระบบ Pricing ใน SAP R2 หรือจะคุณ Ken Bichel ที่เป็น Pricing Tactis ของ I&W  แล้วก็ Ilona ที่เป็น Manager ของ NZ  ส่วนฝั่งคนไทยน่ะหรอ...ทั้ง Manager กับ Teamlead เราแค่พูดว่า "เสร็จก็ดีจะได้ว่างช่วยพี่ทำงาน"  ทำเราหมดกำลังใจทำงานเลยอ่ะ  โคตรอยาก Rotate ไปอยู่กับพวกไอ้เฟย์เลยอ่ะ
แย่จังเนอะเวลารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวแถม ที่สอง หรือตัวสำรองเนี่ย  ช่วงนี้มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วทำให้รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ  ไม่ว่าจะเวลาไปกินข้าว  เวลาทำงาน  และอื่น ๆ อีกมากมาย  คนในทีมทำให้เรารู้สึกอย่างนี้บ่อย ๆ จนเราเริ่มใกล้วจะชินชาละ  อย่างเวลาปกติไม่คุยกับเราแต่พอมีปัญหาก็มาให้เราแก้พอแก้เสร็จก็ไม่คุยต่อ  คงจะดีกว่านี้ถ้าได้อยู่กับพวกเพื่อน ๆ ที่ชมรม พวกพี่นัท พวกเฟย์ พวกเมย์เมย์ หรือทำงานกับพวก Pitchers ที่ NZ  เพราะอย่างน้อย ๆ คนพวกนั้นเค้าก็ไม่ทำให้รู้สึกอย่างนี้เลยสักครั้ง
วันก่อนไปงาน FMCS Employee Forum มาแหละ  ไอ้เราก็โง่มากมายเลย  ตั้งแต่ตอนขับรถละ  โดนนัทแซวตลอดทางเลย  พอไปถึงพวกพี่เค้าถามว่า Function ไหน  ไอ้เราก็ตอบว่า FMCS คับ  เค้าก็บอกว่า "น้องคะก็นี่งานของ FMCS จะให้มีแผนกอื่นมาหรอคะ" (เค้า Expect ให้เราตอบว่า CS ของ AUS กับ NZ)  เออ...ทำไมกูโง่อย่างนี้เนี่ย
วันที่ไปงาน  นกบอกว่าป๋า Andy เป็นคนส่งหนังสือพิมพ์มาก่อนจะเป็น AP FMCS Manager  ฟังแล้วรู้สึกว่าทำไมแม่งเท่ห์อย่างนี้วะ  ประมาณว่าถ้าเป็นกราฟก็เป็นกราฟชันขึ้น  พอมานึกถึงตัวเองแล้วทำกราฟกูดิ่งลงดิ่งลงวะเนี่ย
สุดท้ายละ...  ดีใจจังตั้งแต่ป๊าไปเรียน Photoshop มาเนี่ย  ได้ทั้งคอมใหม่ มี Hi-speed ใช้  และได้อุปกรณ์ใหม่ ๆ มาเพียบเลย  แถมป๊าก็มีความสุขด้วยเพราะมีอะไรทำเวลาว่าง  อยากให้ป๊าไปเรียนอะไรอย่างนี้บ่อย ๆ จัง ^^ 
3月9日

ว่าด้วยเพื่อนที่ออฟฟิสอีกละ

เหมือนช่วงนี้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนแผนกอื่นมากกว่าแผนกตัวเอง (จริง ๆ ไม่ได้ไปไหนมาไหนหรอก  แค่ได้คุยกับเพื่อนแผนกอื่นมากกว่าเฉย ๆ )  หลายครั้งก็สงสัยนะว่านี่เพื่อน ๆ ในทีมแคร์เราป่าววะ  เหมือนคนอื่นเค้าไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดอย่างไปกินข้าวหรือนัดกันเที่ยว  โดยที่เราก็มักจะเป็นคนเดียวที่ไม่รู้หรืออย่างดีก็รู้เป็นคนสุดท้าย
อย่างตอนเช้าไปกินข้าว  เราก็จะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปกินด้วย (ก็คนอื่นเค้าไม่ชวนใครจะกล้าไปล่ะเนอะ)  แต่ที่น่าแปลกคือน้องทิพย์หรือปอที่ไม่ได้ทำงานแผนกเดียวกับเรากลับมาชวนกินข้าวเช้าเป็นประจำ  หรืออย่างกลางวันไอ้คุณเฟย์ (คนนี้อยู่คนละตึก) ก็มักจะชวนไปกินข้าวด้วย  เวลาคนในทีมเรานัดกันไปไหนก็ไม่มีคนบอกเรา  แต่กลายเป็นว่าน้องออยหรือน้องเมย์ที่อยู่แผนกอื่นเวลาไปไหนก็ชวนเราไปด้วย  มันก็เลยรู้สึกว่านี่เราอยู่แผนกไหนกันแน่เนี่ย  Aviation? PMI? Retail? หรือ FMCS?
เมื่อเช้า (มืด) ได้คุยกับ Claire ที่เป็น Pitcher (คนสอนงาน) ของส้มกับบีบีแหละ  เค้าถามเราว่าเราชอบงานที่ทำอยู่มั้ย  ก็ตอบไปแหละว่าชอบ  ก็งานที่เราทำอยู่มันสนุกนี่นาถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่อย ๆ ก็ตาม (งานสนุกไม่จำเป็นต้องแปลว่างานสบายนะ)  Claire ก็บอกว่าดีเพราะ Pitchers ทุกคนที่มาที่ไทยทุกคนเค้าชมเราว่าทำงานดีมากมาย  เราฟังแล้วก็เลย Happy แฮะ  ทำให้อยากทำงานมากขึ้นอีก  เพราะพูดตรง ๆ ว่าทำงานกับคนในทีมนี้เหมือนไม่ค่อยมีใครยอมรับในฝีมือเท่าไหร่เลย (โดยเฉพาะคนไทย)  แต่พอ Claire บอกอย่างนี้ก็เลยรู้สึกดีแฮะ  ยิ่งตอนที่รู้ว่า Ilona เค้ายอมรับฝีมือเรานี่เราโคตรดีใจเลยเพราะพูดตรง ๆ ว่า Ilona เค้าดูไม่ค่อยเชื่อมือคนไทยเท่าไหร่ในตอนแรก ๆ  แต่เค้ากลับชมเราให้คน NZ (และ AUS บางคน) ฟัง  รู้สึกดีจริง ๆ แฮะ
สงสัยเรื่องที่จะได้ไปช่วยสาว ๆ Cust Master ทำงานคงต้องเลื่อนไปละหรือไม่ก็คงต้องหาคนอื่นทำแล้ว  เนื่องด้วยว่าเราต้องไปทำ Project ใหญ่ร่วมกับแผนกอื่น ๆ  (แอบดีใจอ่ะที่ได้ทำงานนี้  เพราะ Ilona กับ Christine เค้า recommend เราให้กับ Alan Moris ที่วางระบบ pricing ทั้งหมดใน SAP R2)  เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ช่วยส้มกับบีบีหยิบเอกสารไปก่อนละกันนะ
พูดถึงไอ้ Project ที่ว่านี้  เราเลยต้องแบกงานมาทำที่บ้านเลย  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่นะเพราะอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเล่น MSN กับส้ม  อีกอย่างถ้าทำ Project นี้สำเร็จทุกคนก็คงยอมรับในตัวเราและฝีมือเรามากกว่านี้ (ทุกคนที่ว่าไม่นับคนไทยในทีมนะ  ทุกคนที่ว่า = I&W Aus, I&W pricing Singapore, Retail pricing แล้วก็ Retail Aus)
Manager เราชอบคิดว่าคนกลับบ้านเย็นเป็นคนตั้งใจทำงาน  ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปมีหวังอนาคตเราคงไม่ได้ไปไหนแน่ ๆ เลย  เพราะเราเล่นทำงานเสร็จไวแถมกลับบ้านคนแรก ๆ ประจำเลย  อยากให้ Manager เราดูที่ตัวงานมากกว่าเรื่องกลับบ้านเย็นหรือมาทำงานวันเสาร์จัง (คิดเรื่องนี้ทีไรรู้สึกว่าคนที่ NZ เค้าทำให้เรารู้สึกดีจริง ๆ อ่ะ)
พูดเรื่องเพื่อนที่แผนกอื่น ๆ บ้างดีกว่า  ในที่สุดไอ้เฟย์ก็ต้องไปสอนงานคนอื่นก่อนย้ายไปเป็น Teamlead ละ  ได้ข่าวว่าคนที่มาแทนคุณเฟย์แอบน่ารักด้วย (แต่ได้ข่าวว่าแฟนมึงจะแดกมึงแล้วนี่)  แล้วก็เดือนหน้าได้ข่าวว่าน้องทิพย์จะได้เงินเดือนขึ้นแล้วนี่  อย่าลืมเลี้ยงข้าวพี่ด้วยล่ะ
ส่วนน้องออย...เด๋ววันไหนไป VTT จะเอา Deathnote ไปให้อ่านนะ  อ่อ...อย่าลืมชวนก้อย สมดี แล้วก็ปุ๊กมากินข้าวด้วยล่ะ  แอบคิดถึงมากมายเลย
อีกสองสัปดาห์ไปค่ายแล้ว  เย้!!!
3月3日

ว่าด้วยที่ออฟฟิส

ในที่สุดน้องใหม่ในแผนกเราก็คือน้องดรีมรุ่นน้องที่ IBM นี่เอง  แอบ Surprise มากมายเลยแฮะ  แต่ก็ดีแล้วล่ะ  เพราะได้คนอื่นมาคงแอบเครียด  น้องดรีมสู้ ๆ อยู่ทำงานด้วยกันนาน ๆ นะ
วันนี้ไม่ได้ไปไหนเลยแฮะ  แบบว่าไม่รู้ว่าทำไมไม่มีอารมณ์ออกไปไหน  สงสัยคงเพราะว่าไม่มีคนออกไปด้วยมั้ง (จิง ๆ ก็มีแหละแต่ว่าถ้าไปก็ต้องไปติว MM ให้น้อง ๆ ก็เลยไม่ออกดีกว่า)  สรุปวันนี้ก็เลยอยู่บ้านเล่น MSN กับเพื่อนคนเกาหลี (จิง ๆ ต้องเรียกพี่มากกว่า) 
น้องจอยอีกคนนึง  ได้ข่าวว่า Exxon เรียกสัมภาษณ์แล้ว  ขอให้โชคดีนะคะ 
ช่วงนี้แอบสงสารบีบียังไงก็ไม่รู้  เหมือนบีบีทำงานแล้วจะร้องไห้ทุกวันเลย  แถมข้าวก็ไม่ยอมกิน  แอบเป็นห่วงมากมายอ่ะ  วันศุกร์ก็เลยรอกินข้าวพร้อมบีบี (ก็กัวบีบีไม่ยอมไปกินข้าวอ่า)  จะว่าไปวันก่อนจุ๊ก็ร้องไห้เพราะความงี่เง่าของใครบางคน  เห็นแล้วเซ็งแทนอ่า
มีคนบอกว่างานเราสบายสุดในแผนกละ  ฟังแล้วก็นึกในใจว่าลองมาทำสิฟะแล้วจะรู้ว่าไม่สบาย  ยิ่งตอนมานั่งแก้ Macros โง่ ๆ เนี่ยโคตรเครียดเลย  เราว่าการกลับบ้านตรงเวลาไม่ได้บอกว่างานหนักหรือเบาซักหน่อย
วันก่อนพวกเฟย์และสาว ๆ ในสังกัดของท่านเค้าไปฉลองกันที่ Emporium  ไอ้เราก็อยากไปนะแต่พวกมึงเล่นไปกันตอนเย็น  ขืนไปแจมมีหวังไม่ตื่นแน่นอน (ก็ต้องตื่นตีหนึ่งไปทำงานนี่นา)  แต่ยังไงก็ขอบคุณที่เก็บเค้กมาฝากนะ  อร่อยมากมายอ่า (อ้อ...ขอบคุณที่มา Delivery ถึงบ้านเลย  รักพวกมึงมากมายว่ะ)
จะหมดช่วง Daylight Saving ที่ AUS กับ NZ แล้ว  แต่เรายังไม่รู้ว่าต้องมาทำงานตีสองหรือตีสาม  ขอมาตีสามเหอะ  ตอนนี้กำลังเหนื่อยได้ใจมาก (สาว ๆ ที่ Aviation ยังมาทำกันหกโมงเลยหลัง Daylight Saving)  สงสัยต้องไปตื้อถาม Manager เราดูซะหน่อยละ
อีกสามสัปดาห์ก็ไปค่ายแล้ว  เย้!!!
2月24日

อยากเป็นแฟนกับเทวดา จะได้ไปเป็นนางฟ้าใช่มั้ย จะบอกตัวเองว่าเธอสูงซะเกินใคร อย่างเรามันไม่คู่ควร

สรุปว่าปีนี้ก็ได้แต๊ะเอียมากกว่าที่ตัวเองต้องให้ไป  ก็ถือว่าโอเคละนะ  แต่ปีหน้านี่ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง  ไม่รู้จะเข้าข่ายขาดทุนด้วยรึป่าว
วันก่อนใครไม่รู้มาพูดกับส้มและบีบีว่า "Honestly, everyone hopes that this project will fail."  ฟังแล้วโคตรหน้ากระโดดเตะเลย  ทำไมถึงทำร้ายจิตใจคนอื่นได้ขนาดนี้เนี่ยคนเรา 
เอาเรื่องชิว ๆ บ้างดีกว่า  ช่วงนี้รู้สึกว่า Happy กับเพื่อน ๆ ที่ทำงานมากขึ้นนะ  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  หรือเพราะช่วงนี้มีเวลาไปเล่นกับไอ้ปลื้มมากขึ้น  นั่งคุยกับน้องทิพย์ ส้ม และโบ๊ทบ่อยขึ้น  หรือปุ๊กรับสายเราทุกครั้ง  ฯลฯ  แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรมันทำให้เรามีความสุขกับการมาทำงานที่นี่ (อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่อง Teamlead โยนงานมาให้ทำ)
อีกไม่กี่วันก็จะได้เงินเดือนแล้วเนี่ย  แอบดีใจมากมายเลย  จะได้มีเงินไปหมุนซักที  ช่วงนี้กำลังเข้าโหมดโลภอยากได้เงินเยอะ ๆ อยู่ซะด้วยสิ

ตอนนี้เหมือนจะทำใจได้เยอะละ  แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ซักที  คงเข้าเคสเดียวกับไอ้ปลื้มละ "ก็รู้ว่าควรตัดใจ  แต่ทำได้หรือไม่ได้มันอีกเรื่องนึง"  แต่ตอนนี้ไอ้ปลื้มก็พยายามตัดแล้วนี่นา  เราก็คงต้องทำให้ได้

ช่วงนี้เหมือน Cinderrella ไม่ค่อยอยากคุยกับเราเลยแฮะ  หรือเราคิดมากไปเองแฮะ (ไอ้ปลื้มก็บอกว่าเรา Sensitive เกินไปอย่าคิดอะไรมากมายให้รกหัว)

ได้ข่าวว่าเพื่อนคนนึงกำลังจะเลื่อนตำแหน่งได้เป็น Teamlead ละ  ดีใจด้วยมากมายนะ  ถ้าต้องการคนอย่าลืมเอาเราไปด้วยละกัน  เพราะเราเชื่อว่าเธอคงเป็น Teamlead ที่ดีแน่นอน (ไม่งั้นใคร ๆ คงไม่รักเธอมากมายขนาดนี้ จริงป่ะ)

วันนี้ไปบริจาค Plasma ดีกว่า
2月18日

เปลี่ยนไปรักคนที่รักฉัน เปลี่ยนไปรักคนที่ห่วงใย ให้ใจไม่เจ็บ ใจไม่ปวด ไม่ต้องมีน้ำตา...

Valentine ปีนี้ก็เหมือนเช่นเคยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ  ก็แค่ไปกินข้าวกับป๋วยป๋วยแล้วก็กลับบ้านนอน  ก็ Happy อยู่บ้างละนะแต่คงมีความสุขกว่านี้ถ้าได้ไปกินข้าวกับใครอีกคน (แต่ใครอีกคนที่ว่าเค้าก็คงมีความสุขกับคนของเค้าละมั้ง)
จะว่าไปตอนนี้ก็มีป๋วย นัท แล้วก็ไอ้คุณปลื้มที่รู้ว่าเราชอบใคร (ป๋วยนี่เราบอกเค้าเอง  นัทนี่เราเผลอหลุดให้ฟัง  แต่ไอ้คุณปลื้มนี่ดูออกเองโคตรเก่งเลย)  ส่วนเจ้าตัวเค้าก็คงแค่คิดว่าเราเล่น ๆ ไม่ได้จริงจังมั้ง  ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกก็คงต้องบอกว่า "ฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ  เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน..." 
ยังไงก็ตามนะ  เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะตัดใจจากคน ๆ นั้นให้ได้ (ถึงแม้จะมีคนบอกให้บอกเค้าไปเลยตรง ๆ ก็ตาม)  ไม่ใช่ว่าเค้าจะทำอะไรให้เราไม่สบายใจหรอกนะ  จริง ๆ ต้องบอกว่าเค้าทำให้เรามีความสุขมากมายนะ  ทำให้เราอยากตื่นแต่เช้า (มืด) มาทำงานด้วยซ้ำ  แต่ว่าเรากลัวที่จะเป็นเหมือนไอ้ปลื้มพูดถึงตัวเอง "ก็รู้ว่าควรตัดใจ  แต่จะทำได้มั้ยมันอีกเรื่องนึง"
ถึงตอนนี้เราจะมีความสุขมากมายที่ได้เห็นเค้ายิ้มนะ  แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเราก็คงต้องเสียใจซักวัน  ถ้ารอให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยคิดจะตัดใจมันอาจจะสายไปแล้วก็ได้  สู้เลือกที่จะตัดใจตอนนี้เลยดีกว่าเนอะ  อย่างน้อยมันคงจะไม่เจ็บเท่าไปตัดใจทีหลัง
ตรุษจีนปีนี้บ้างดีกว่า  ตรุษจีนปีนี้เป็นปีแรกที่เราให้ตังค์คนอื่นเนื่องด้วยว่าเรามีรายได้เป็นตัวเป็นตนแล้ว (พูดอย่างกับมีแฟนเป็นตัวเป็นตนซะงั้น)  แถมดูเหมือนว่าปีนี้เราจะได้เท่าทุน  หรืออาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ  คงต้องรอผลเย็นนี้ก่อนถึงจะบอกได้มั้ง (อย่างกับรอผลเลือกตั้งอะไรซักอย่างเลยแฮะ)
วันศุกร์มีจดหมายมาจากโรงเรียนได้แพน (น้องชายที่เคารพรัก) เชิญไปงานรับรางวัลเรียนดี  แต่ขอโทษนะครับจดหมายส่งมาวันศุกร์ที่ 16 งานมีวันที่ 20 แล้วให้ไปยังไงฟะเนี่ย  ทำอย่างกับขอวีซ่าสิบห้านาทีได้  อย่างนี้ก็ต้องส่งมี่ (น้องสาวคนเล็ก) ไปเป็นตัวแทนเช่นเคย
ได้ข่าวว่างานแจกรางวัลเรียนดีครั้งก่อนไอ้แพนก็หลับไม่ตื่น  เกือบไม่ได้ไปรับรางวัล (ถ้ามึงไม่ไปรับนี่เกิดแน่นอนเพราะได้ข่าวว่ามึงเป็นคนเอเชียคนเดียวที่ได้รางวัลด้วย)  คราวนี้ก็ตื่นไปกินข้าวเช้าแล้วรับรางวัลด้วยนะ
ในที่สุดก็ต้องเสียภาษีครั้งแรกในชีวิตละ  จริง ๆ ไม่ต้องเสียหรอกเพราะปีที่แล้วทำงานได้สองเดือนเอง  รวมรายได้แล้วมันยกเว้นภาษี  แต่ว่ายังไงก็ต้องไปยื่นอยู่ดี  จะถามที่บ้านก็ไม่มีใครรู้นอกจากท่านแม่กับโกบี  แต่เราก็ไม่ค่อยเจอแม่กับโกบีด้วยสิ  ไว้ให้ส้มสอนให้ละกันเพราะได้ข่าวว่าส้มทำทางเน็ตไปแล้วนี่นา
พรุ่งนี้ (หรือคืนนี้ก็ได้) คงต้องไปทำงานตีสองคนเดียวซะแล้วเพราะสาว ๆ เค้าไปทำตีสี่กันหมด  แย่จังเลยเนอะ  อย่างนี้อีกไม่นานคงชินกับการอยู่คนเดียว...
2月11日

ตั้งแต่ที่ฉันมีเธอ ก็รู้ว่าความต้องการหมดแล้วไม่มี ไม่ต้องทะเยอทะยานแค่นี้ก็สุข ทุกวันแค่มีเธอ ฉันยังไงก็เพียงพอ ^^

จะ Valentine ซะแล้ว  แต่ปีนี้ก็คงเหมือนเดิมเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา  เราก็คงทำตัวเหมือนเป็นวันปกติอีกวันนึง  ก็มันไม่มีใครเป็นคนพิเศษนี่นาจะให้ทำอะไรพิเศษทำไม  อีกอย่างจะมอบความรักให้ใครสักคนก็ไม่จำเป็นต้องเป็น Valentine ซะหน่อยเนอะ 
เพื่อนเฟย์ทั้งสองและก็พี่นัทถามว่าปีนี้อยากได้ของขวัญอะไรในวัน Valentine  พูดตรง ๆ นะว่าไม่ได้ expect อะไรไว้เป็นพิเศษเท่าไหร่  แค่ได้เห็นรอยยิ้มจากคนที่เราแคร์และแคร์เราแค่นี้ก็พอล่ะมั้ง (นี่เราตอบแบบพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นไปป่าวเนี่ย)  ถ้าเป็นเพื่อนสนิทเราก็คงรู้แหละว่าสิ่งที่เราอยากได้จากคนอื่น ๆ ที่สุดคือ "รอยยิ้ม" และ "ความรู้สึกดี ๆ "  เพราะฉะนั้นถ้าคนที่เราแคร์และแคร์เรายิ้มให้  แค่นี้ก็เพียงพอละ (เป็น Potato ซะงั้น)
ตอนนี้ชอบเพลง "รักเธอ" ของโต๋ กับเพลง "เพียงพอ" ของโปเตโต้มาก ๆ เลย  เราว่าเพลงรักเธอมันน่ารักดีแฮะ  ประมาณว่าใครฟังคงหวั่นไหวยกใจให้แน่นอน (แต่ถ้าให้คน ๆ นั้นเค้าอาจจะไม่สนใจซักเท่าไหร่ก็ได้ T_T)  ส่วนเพลงเพียงพอเนี่ยเราฟังครั้งแรกแล้วชอบมากมายอ่ะ  ทั้งความหมายทั้งทำนองทำมาได้ใจมากอ่ะ  ฟังแล้วอยากบอกคน ๆ นึงว่าเค้าทำให้เรารู้สึกเพียงพอไม่อยากไปแก่งแย่งชิงดีแข่งกับใคร (คนที่ว่านี่เป็นแค่เพื่อนนะ  ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น)  อยากให้เค้ารู้ว่าการที่มีเพื่อนอย่างเค้าทำให้มีความสุขมากมายเลย
ในที่สุดก็เป็นหวัดแบบจุ๊จนได้  เอาเหอะก็แค่เป็นหวัดเฉย ๆ ไม่เป็นไรมากมาย (แต่จุ๊นี่เป็นหนักเลย  น่าสงสารจัง)  แต่แอบรำคาญตัวเองเวลานอน  ต้องตื่นมาเช็ดน้ำมูกตลอดเลยอ่า 
เด๋วกะว่าจะไปนอนแล้ว  เพราะคืนนี้ต้องตื่นไปทำงานตอนตีสอง  เข้าสู่โหมดพนักงานเงินเดือนแล้วเหนื่อยดีแฮะแต่ก็ดีได้เห็นความลำบากของป๊าม๊าด้วย  ที่สำคัญทำให้เรารู้ว่าเรายังมีความสามารถมากกว่าที่ตัวเองคิด  นอกจากนี้ยังได้ Cinderella จอมซนมาเป็นเพื่อนด้วย
สรุปว่าวันที่ 23 มีนานี้คงไปค่ายแหละ  เพราะว่าลางานเรียบร้อยแล้ว  แต่กลัวจังว่าจะมีเรื่องด่วนกระทันหันเหมือนเมื่อวันศุกร์ที่มีคนตามให้กลับไปแก้งานของพี่อีกคนตอนบ่าย  ถ้าเจออย่างนั้นคงนอยด์แตกแน่เลย
ของขวัญ Valentine ที่เพื่อนคนนึงซื้อให้แฟนมัน (ไม่บอกนะว่าใคร) ได้ใจมากมายอ่า  ไม่คิดว่าจะไปซื้อของชิ้นนั้นจริง ๆ  ถ้าเป็นแฟนมันนี่คงแต่งงานกับมันเลยพอมันให้ของ
เสาร์หน้ามีนัดกินข้าวกับเพื่อน ๆ ที่ชมรม  ใจนึงก็อยากไปนะเพราะอยากเจอเพื่อน ๆ หลายคน  แต่อีกใจก็ไม่อยากไปนะเพราะเราก็ไม่อยากเจอกับบางคนเหมือนกัน  แต่ก็รับปากป๋าเจมส์ไปแล้วก็คงต้องไปล่ะนะ
เมื่อวานมีคน ๆ นึงโทรมาเศร้าให้ฟังแหละว่าเหมือนตัวเองถูกทอดทิ้ง  เราเองเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะเพราะเราเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกันตอนที่เค้ากับคนอื่น ๆ ไปไหนไม่ยอมบอกกล่าว  ทิ้งเราให้เหงา ๆ คนเดียวใน Wellington  แต่ว่าเราก็ไม่ได้โกรธเค้านะที่เค้าทำอย่างนั้น  แถมตอนนี้พอรู้ว่าเค้ารู้สึกแบบเดียวกันมันยิ่งสงสารเค้าอ่ะ  เพราะเราไม่อยากให้ใครรู้สึกอย่างนั้นเลย  เวลาถูกคนอื่นทิ้งไว้ข้างหลังมันเจ็บปวดจะตาย
ตอนนี้ก็ได้ใบรับรองจาก Exxon แล้วว่าเป็นพนักงานประจำ  ดีใจมากมายเลยแฮะ  แต่ที่น่าสงสารคงเป็นปลื้มมั้งเพราะถูกขยาย Pro Period ไปอีกเดือน  ขอให้โชคดีละกันมึง  อยากทำงานกับมึงว่ะไม่อยากให้มึงยอมแพ้  ที่สำคัญถ้าไม่มีมึง  กูคงทำงานที่นี่ไม่สนุกเพราะมีมึงกับอีกไม่กี่คนที่แคร์กูจริง ๆ 
เด๋วไปนอนละดีกว่า  Nite Nite คับ 
2月7日

ทำงานตีสองกันเถอะ!!!

ในที่สุดชีวิตของการทำงานตีสองก็เริ่มขึ้น  วันแรกก็เผลอไปถึงเป็นคนแรกซะแล้ว  ไปถึงก็พบว่าแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นเลย  แรก ๆ เหมือนจะง่วงแต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วชิวมากมาย
ไม่คิดว่าไอ้ปลื้มจะรู้ว่าเราชอบใคร  แต่ไอ้ปลื้มก็รู้แฮะสมกับที่เป็นเพื่อนกันจริง ๆ  แต่สงสัยเราต้องทำอย่างแกอ่ะคือต้องตัดใจ (เราไม่ใช่ไอน้ำที่จะไปหลงรักคนมีเจ้าของใช่ป่ะ  เป็นคนกลางแบบโปเตโต้ดีกว่าเนอะ)
วันนี้รับปากไปแล้วว่าจะไปรับพวก Pitchers (Claire, Maggey แล้วก็ Delwyn) ที่สิริสาธร  จะว่าไปยังหาตึกไม่เจอเลยแล้วจะรับถูกป่าวฟะเนี่ย
ในที่สุดวันนี้ก็จะได้เจอ Cinderrella ซักที  หลังจากที่ Cinderrella หายไปหลายวัน (ประมาณว่าเวลามันเลยเที่ยงคืนเธอเลยหายไปจากชีต)  อย่างนี้ก็มีคนมานั่งเล่นด้วยแล้วสิเนี่ย  เย้!!!
วันนี้เป็นวันเกิดคนสำคัญคนนึงแหละ  แต่ก็โทรไป Happy Birthday เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านี้  บางทีการได้คุยกับความทรงจำของตัวเองก็มีความสุขดีแฮะ  ไว้ว่าง ๆ จะไปกินข้าวกับความทรงจำดีกว่า
พรุ่งนี้กะไปเอแบคบางนา  แต่ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาขับไปหรือเปล่า  เนื่องด้วยว่าทำงานตีสองแต่ยังไม่หลับไม่นอน  แล้วอย่างนี้จะขับไหวป่าวเนี่ยเรา  ไอ้ปลื้มคอยดูกูด้วยนะเฟ้ย!!!
บางทีเราก็สงสัยนะว่าทำไมป๋วยกับจุ๊ถึงใจร้ายกับเรามากมาย  แต่บางทีสองคนนี้ก็ดีกับเรามากมาย  เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราเองก็โกรธสองคนนี้ไม่ลงเวลาที่เค้าทำให้เรารู้สึกไม่ดี 
ทำไงถึงจะหลับลงเนี่ยจะได้ไปทำงานตีสองอย่างสบายใจ  เฮ้อ...
2月3日

กลับสู่วันชิว ๆ ที่แสนมีความสุข

ในที่สุดก็ได้กลับไทยซักทีนึง  รักชีวิตตอนอยู่เมืองไทยมากมายเลยแฮะ  ถึงจะมีหลาย ๆ คนบอกว่าชีวิตที่ Wellington ออกจะมีความสุขไม่ต้องลำบากอะไร (ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะ)  แต่การที่อยู่กับคนอื่นที่ทำให้เราไม่มีความสุขก็ไม่ไหวอ่ะ  คงเหมือนที่ไอ้โอ๊ตพูดตอนวันถ่ายรูปรับปริญญามั้ง "ไม่ว่าสถานที่จะเป็นยังไง  แต่ความทรงจำดี ๆ มันจะเกิดเพราะมีเพื่อนดี ๆ ไม่ใช่เพราะสถานที่"  เพื่อน ๆ ที่ Wellington ส่วนใหญ่ก็เป็นคนดีนะ  เพียงแต่ว่าคนที่ทำให้เรามีความสุขได้ตลอดก็มีแค่นัทกับลักษ์สองคน  เราก็เลยคิดว่าอยู่ BKK ดีที่สุดแล้วเพราะมีแต่เพื่อนดี ๆ อยู่ที่นี่
ชีวิตที่นั่นคงไม่มีความสุขซักเท่าไหร่ถ้าไม่มีเพื่อนดี ๆ อย่างนัทกับลักษ์  เพราะสองคนนี้เป็นคนที่ทำให้เรามีความสุขทุกครั้ง (หรือเกือบทุกครั้ง) ที่อยู่ใกล้ ๆ  ลักษ์เป็นคนที่ฟังเราระบายทุกครั้งที่มีปัญหา  แล้วก็อาจจะเป็นคนที่แคร์เราที่สุดในทีมนี้  ส่วนนัทเองก็เป็นคนที่ทำให้เราหัวเราะได้เกือบตลอด  พูดตรง ๆ นัทคงเป็นสาวน้อยในอุดมคติของเราเลยมั้ง (ก็เหมือนคนที่ฝันไว้ประมาณ 95%)  แต่ว่านะทำไมเรากลับไปชอบเพื่อนเค้าอีกคนมากกว่าก็ไม่รู้  คงเพราะบางทีสิ่งที่อยู่ในอุดมคติอาจจะเหมาะกับการอยู่ในอุดมคติเท่านั้น (งงป่าวเนี่ย)  เอาเป็นว่ายังไงเราก็ขอบคุณนัทกับลักษ์มาก ๆ นะที่ทำให้แต่ละวันใน Wellington มีความสุขได้ตลอด
เราก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไปหลงรักเพื่อนคนนึงได้ขนาดนี้  ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นอาจจะไม่เคยคิดว่าเราเป็นเพื่อนด้วยซ้ำไป  เค้าไม่มีอะไรเหมือนคนในฝันอย่างนัทเลยด้วยซ้ำ  แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากอยู่ใกล้ ๆ กับคน ๆ นั้นตลอดเวลา  ทั้งที่เค้ามีอะไรหลายอย่างที่เราคงรับไม่ได้ถ้าคนอื่นทำ  แต่เวลาเห็นเค้าทำเรากลับคิดว่าน่ารักดี (นี่เราอาการหนักไปป่าวเนี่ย) 
แล้วก็อยากบอกอะไรกับคน ๆ นึงว่าเราไม่ได้โกรธหรือเกลียดเค้านะ  เราแค่น้อยใจอะไรนิดหน่อยเท่านั้น  คงเหมือนเพลง "ยังยินดีครับเพื่อน" มั้ง (เก่าไปป่าวเนี่ย)  ก็แค่ "ได้ยินว่าเธอไปเจอกับเพื่อนใหม่  และไปได้ดีกับใครคนนั้น  คงไม่โทษเธอที่รักเค้ามากกว่าฉัน  ก็เจ็บเหมือนกันแต่พอเข้าใจ... ผ่านมาทางนี้เมื่อไหร่อย่าลืมเข้ามาทักทายบ้าง  ก็ยังมีที่ตรงกลางให้เธอเข้ามาพักใจ  อย่าทำห่างเหินหมางเมินกันจนเหมือนคนไม่มีเยื่อใย  หากกลับมาวันไหนฉันยังยินดี"  อยากให้รู้นะว่าเราไม่มีทางโกรธเธอหรอก  เพราะเรายังอยากบอกเธอเลยว่า "ขอบคุณที่รักกัน  ขอบคุณทุกครั้งที่คอยกอดฉัน"
ขอบคุณไอ้ปลื้มมาก ๆ ที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย  ขอโทษที่แอบหนีไปเดินโดยไม่เคยชวนแก  ประมาณว่าไม่ชอบเดินกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เหมือนแก  โทษทีนะถ้า take care แกไม่ดีเท่าคนอื่น
ขอบคุณส้มกับบีบีด้วยที่ไปกินข้าวเย็นกันตั้งหลายทีช่วงอาทิตย์ก่อนกลับ  ไม่งั้นเราคงเหงาน่าดู  แล้วก็ขอบคุณเปิ้ลด้วยที่มานั่งคุยเรื่องไร้สาระพร้อมกับดูไพ่ให้เราก่อนเปิ้ลกลับไปทำงาน 
แล้วก็อยากขอบคุณอีกหลายคนจริง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกับเรา  ไม่ว่าจะพี่ก้อง (Treasurer) ที่ช่วยแบกเราตอนเราเมา Vodka (ไม่งั้นส้มกับนัทคงตายเพราะแบกเราอยู่สองคน)  โอ๊ตกับเมลล์ที่ให้กำลังใจเรา  ไอ้เทียนและน้อง ๆ ที่ชมรมที่คอยเป็นห่วงตลอด  แล้วก็ปุ๊ก (ROSC) ที่ยิ้มให้กันตลอดเวลา
ไว้ว่างแล้วจะมาอัพต่อละกันเนอะ...
1月15日

ขออยู่คนเดียว

ตอนนี้ก็รู้สึกดีกับเพื่อน ๆ ที่นี่มากขึ้น  แต่ว่าก็มีเรื่องเซ็งเรื่องอื่นเข้ามาแทน  แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อช่วงที่กลับมาใหม่ ๆ มากมาย 
เมื่อวานไปสวนสัตว์มากับน้องลักษ์ พี่มิง ป๋วยป๋วย และ Cinderella  ไม่น่าเชื่อว่าไม่เจอตัวอะไรเลยนอกจากตัวเหี้ย (อันนี้ไม่ได้มุขนะ  เพราะเจอแต่สัตว์ตระกูลนี้อย่างเดียว)  นอกจากตัวเหี้ยก็มีแค่นกอีกไม่กี่ตัว  ไปแล้วรู้สึกขาดทุนยังไงไม่รู้  ไปเขาดินยังสนุกกว่าอีก  เมื่อวาน Cinderella ก็เลยตัดสินใจถ่ายรูปดอกไม้แทนสัตว์ซะงั้น
เฮ้อ...เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาปุ๊กก็กลับไทยแล้วแหละ  อย่างนี้จะเหลือเพื่อนอยู่ที่นี่กันกี่คนเนี่ย  เหงามากมายเจง ๆ
เมื่อคืนวันศุกร์ด้วยความเปรี้ยวก็เลยซัด Vodka อย่างเมามันส์ (ถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าอย่างเมาอย่างเดียวดีกว่า)  คราวนี้ตื่นมาอีกทีนี่เมาค้างอย่างแรง  แถมยังอุตส่าห์เป็นคนดีมาออฟฟิสเป็นเพื่อน Cinderella ด้วย  มาถึงก็มึนหนักกว่าเดิมเนื่องด้วยออฟฟิสไม่เปิดแอร์ตอนวันเสาร์  เจอไปทีนี่มึนมากมาย
พูดถึงเรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่ก้อง ส้ม และ Cinderella มากมายที่แบกเราขึ้นมาถึงห้องได้  โดยเฉพาะ Cinderella ตัวเท่าลูกเป็ดแต่ต้องแบกเราขึ้นมาเนี่ย...
เสาร์นี้พวก CR เค้าก็กลับไทยกันละ  น่าอิจฉามากมาย  เมื่อไหร่เราจะได้กลับซักทีเนี่ย 
เมื่อวานเนื่องด้วยไม่มีอะไรทำเลยให้เปิ้ลดูไพ่ให้  แบบว่าแอบตรงพอตัวเลยอ่ะ  แต่ส่วนใหญ่ไพ่ที่เปิดมาออกมาแนวแอบไม่ค่อยดีเท่าไหร่  แต่ก็นะ...ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นา
วันนี้เพิ่งได้ฟัง Stay Away ของ Silly Fools  โคตรชอบมากมายเลย  อยากฟังอัลบั้มเต็ม ๆ เร็ว ๆ จัง
ตอนนี้เป็นไรไม่รู้คิดถึงไอ้เพื่อนเฟย์กับคุณนัตสึมากมาย  อยากทะเลาะกับพวกมันจัง  ว่าแต่เพื่อนเทียนสอบเป็นไงบอกกันด้วย
แค่นี้ละกัน  เจ้านายมองอยู่...  --"
1月6日

วันเหงา ๆ ที่ Wellington ภาคสอง

กลับมา Wellington คราวนี้ก็ยังเหมือนเดิมแฮะ  ยังเงียบเหงาแล้วก็เดียวดายเหมือนเดิม  ต่างจากตอนกลับเมืองไทยลิบลับเลย  เพื่อน ๆ ที่ไทยยังถามเลยว่าเป็นไปได้ไงที่เราเซ็งตอนอยู่ที่ Wellington  ไอ้เราก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน  รู้แต่ว่ามันไม่ Happy เหมือนตอนอยู่ไทย

แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคราวนี้  คงเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วว่ามีใครที่เป็นเพื่อนเราจริง ๆ บ้าง  ก็คงมีแค่ซินเดอเรลล่า (เป็ดน้อย) น้องลักษ์  ป๋วยป๋วย  แล้วก็ปุ๊กมั้ง  ส่วนคนอื่นยิ่งนานวันเราก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อน  หรือเค้าแค่ใช้ประโยชน์จากเรา  แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่มีสามคนนี้เป็นเพื่อนเรา  โดยเฉพาะซินเดอเรลล่ากับน้องลักษ์  ถ้าไม่มีเธอสองคนชีวิตที่นี่คงเลวร้ายกว่านี้มากมายเลย

มีคนเค้าอยากรู้ว่าทำไมถึงเรียกเป็ดน้อยว่าซินเดอเรลล่า  เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันก่อนเรา เป็ดน้อย แล้วก็ป๋วยป๋วยไปเอาแว่นของป๋วยป๋วยที่ตัดไว้   พอไปเอาเสร็จก็รีบกลับ  ด้วยความรีบหรือด้วยความเข้าใจผิดว่าสี่โมงเย็นคือเที่ยงคืน  เป็ดน้อยก็รีบเดินแล้วทำรองเท้าหลุด  เราก็เลยเรียกเป็ดน้อยว่าซินเดอเรลล่า 

แล้วก็ถึงคน ๆ นึงแหละนะ  เธออาจจะเป็นเด็กวุ่นวายสำหรับเค้า  แต่สำหรับเราเธอคือเพื่อนคนสำคัญ  เพราะฉะนั้นเลิกคิดว่าตัวเองไม่มีค่าซักทีเถอะ  น้องชายคนนี้เป็นห่วงพี่สาวคนสวยมากมายนะคับ

เนื่องด้วยว่าเมื่อวานมีประชากรบางคนเครียดงานแล้วมาลงที่เรา  เราเลยแอบเซ็งไม่ไปกินข้าวกลางวัน  ปรากฎว่า Claire (คนสอนงานของบีกับส้ม) เค้ารู้เข้าเลยไปบอก Rahael (คนสอนงานเรา)  Rahael ก็เลยบังคับเราไปเดินเล่นกับเค้า  พร้อมกับบอกว่า Workaholic (บ้างาน) แย่กว่า Alcoholic (ขี้เหล้า) ยังไง  เพราะเค้านึกว่าเราบ้างานเลยไม่ยอมกินข้าว  ไอ้เราก็ไม่รู้จะบอกว่ายังไงดีว่าที่ไม่ไปกินข้าวเพราะเซ็งเพื่อนร่วมทีม  เราเลยเออออไปกับสิ่งที่ Rahael พูด  แต่ว่านะเพราะเรื่องนี้เราเลยรู้สึกว่าพวกคนสอนงานเราแคร์เรามากกว่าเพื่อนในทีมเราซะอีก

ส่วนตอนเย็นเราก็ไปกินอาหารเกาหลีกับโบ๊ท ซินเดอเรลล่า และป๋วยป๋วย  กินเสร็จกะว่าจะไปกินไอติมกันต่อ  แต่สุดท้ายสามสาวเค้าก็ไป Shopping กับพวกบี (พี่สาวฝาแฝดโบ๊ท)  ไอ้เราก็เลยกลายเป็นส่วนเกินของทีมอีกละ  สุดท้ายเห็นทุกคนเค้าก็ไม่สนใจเราเดินไปกันหมดทิ้งเราไว้ตรงนั้น (นอกจากซินเดอเรลล่าคนเดียวที่ยังหันมาถาม)  เราก็เลยกลับมาเซ็งเหมือนเดิม

พอกลับมาถึงห้อง  น้องลักษ์สุดสวยก็เรียกมาดู Beauty and the Geeks เป็นรายการ Reality ที่เอาสาวสวยมาจับคู่กับพวก Nerd  ดูแล้วก็ขำดี  มีคำถามเฮฮาปาจิงโกะมากมาย  เค้าจะคำถามให้ตอบเป็นคู่ ๆ  ถ้าผู้ชายเป็นคนตอบเค้าก็จะถามเกี่ยวกับเรื่องดาราหรือเรื่องบันเทิง  ถ้าสาวสวยตอบเค้าก็จะถามเกี่ยวกับเรื่องวิชาการหรืองานช่าง  ดูไปก็นั่งขำกับน้องลักษ์สองคน  พอดูจบก็ดูอีกรายการแทนแต่ด้วยว่าวันนี้เซ็ง ๆ บวกกับงานเยอะก็เลยเพลียหลับไป  น้องลักษ์แกก็เลยเอาผ้ามาห่มให้  เรารู้สึกว่าอุ่น ๆ เลยตื่นมาเห็นเค้าห่มผ้าให้เรา  แอบประทับใจน้องลักษ์มากมายเลย

ได้ข่าวว่าไอ้โอ๊ตกำลังเป็นคนขี้เหงาอยู่ซิดนีย์  จะบอกว่ามึงอย่าเพิ่งรีบเหงาเลย  อย่างน้อยมึงก็มีไอ้อ๊อบอยู่เป็นเพื่อน  คนที่ควรจะเหงาคือกูไม่ใช่มึงว่ะ  มึงก็รีบเรียนรีบจบจะได้กลับไทยนั่งกินข้าวเล่นกีตาร์กัน

ไม่ได้คุยกับน้องนิ้ง (สาวน้อยจาก Melbourne) มาพักใหญ่ ๆ ละ  แอบคิดถึงมากมายแฮะ  ใครเจอน้องนิ้งก็บอกกันด้วย  ประมาณว่า ถ้ามีเวลาโทรมาหากันหน่อย  อย่าปล่อยให้ฉันคอยเธออยู่อย่างนี้  ไม่ได้เติมเงินโชว์เบอร์มาก็ยังดี  แล้วฉันคนนี้จะโทรไปหาเธอเอง

ตอนนี้อยากเป็นวง Instinct จังเลย  จะได้ร้องว่า โปรดส่งใครมารักฉันที  เพราะตอนนี้กำลัง อยากเป็นคนที่ถูกรัก เหมือน Bodyslam  เพราะเวลาอยู่คนเดียวตอนกลางคืนมันก็ แพ้กลางคืน เหมือนพี่ปั๊บ โปเตโต้  สงสัยคงเหมือนที่ Zeal บอกมั้งว่า อย่าอยู่คนเดียว  เพราะการอยู่คนเดียวมันทำให้รู้สึกว่า อยากจะมีใครให้รัก เหมือนที่เอิ้นบอก

สุดท้ายละ  ไม่เคยเหนื่อยกับการทำงาน  แต่แค่เหนื่อยกับคนที่ร่วมทำงานด้วยเท่านั้นเอง...

12月28日

วันแห่งการอกหัก

สงสัยว่าช่วงนี้อกหักกำลังเป็น Trend ใหม่ป่าวเนี่ย  เห็นประชากรหมู่เพื่อนอกหักกันถ้วนหน้า  เมื่อวานก็มีคนมานั่งเศร้าให้เห็นถึงสามคน  อะไรเนี่ย!!!
เมื่อวันก่อนไปอ่านสเปซของนู๋เขียว  เห็นมันเศร้า ๆ ยังไงไม่รู้  เมื่อวานไปนั่งเล่นที่เอแบคบางนาก็เลยไปถามเจ้าตัว  แค่นั้นล่ะครับได้เรื่องเลย  น้ำตาน้องเค้าคลอมาเชียว  ก็เลยรู้สึกผิดเหมือนเป็น Big Ass (ข้าน้อยสมควรตาย)  เอาเป็นว่าถ้าน้องสาวอยากระบายก็บอกพี่ชายได้นะคะ
แล้วก็เมื่อวานป๋วยป๋วย (เพื่อนที่ Exxon) บอกว่าจะมาหาที่เอแบคบางนา  ปรากฎว่าป๋วยก็กลายเป็น Big Ass ไปอีกคนกลายเป็น "คนหลงทาง"  ขับอีท่าไหนไม่รู้ไปถึงชลบุรี  ประมาณว่าเป็นนางเอก MV ขับรถไปเที่ยวทะเลคนเดียวซะงั้น
ว่าด้วยวัน Christmas ที่เอแบคปีนี้บ้างดีกว่า  ปีนี้ดูเงียบเหงาเป็นพิเศษเนื่องด้วยว่าเป็นวันอาทิตย์  แต่ที่สำคัญกว่าคือว่าคอนเสิร์ตแอบคนละ Feel อย่างแรง  เพราะทุกปีเนี่ยคอนเสิร์ตต้องได้โยกได้โดด  แต่คอนเสิร์ตปีนี้วงปิดมันชิวมาก  นั่นก็คือ Groove Rider ไปแล้วได้อารมณ์อยากกินเบียร์นั่งดูมากกว่าไปโดด
เนื่องด้วยว่าทำงานอยู่นิวซีแลนด์เลยยังไม่ได้ดู "เก๋า เก๋า"  เมื่อวานก็เลยหาคนไปดูได้หลายคน  แต่ปรากฎว่ามันออก SF ไปละ  น้อง ๆ ที่ชวนมาก็เลยชิ่งไปดู Major ที่หัวหมากแทน  ไอ้เราก็เลยอดดูเหมือนเดิม  เซ็งเลยเนี่ย
ช่วงนี้ไปเที่ยวกับแฟนชาวบ้านเป็นว่าเล่นเลย  จะโดนดักตีหัวป่าววะเนี่ย  เอาเป็นว่าคงต้องพกหมวกกันน็อคไปเที่ยวด้วยแล้วสินะ
หนึ่งสัปดาห์ที่กลับไทยเนี่ยมีความสุขมากมายเจง ๆ  ถ้ากลับนิวซีแลนด์คราวนี้จะมีความสุขอย่างนี้ป่าวเนี่ย  อยากให้เพื่อน ๆ ที่ทำงานดีกับเราอย่างเพื่อนที่นี่บ้างจัง
วันนี้ก็นัดกันไปกินข้าวกับสามสาวจากแผนก ROSC กับ Aviation  ไม่รู้จะโดนแซวเรื่องปุ๊กป่าวเนี่ย  เอาน่าแซวก็แซวไปไม่ได้มีอะไรซักหน่อยนี่นา
วันก่อนดู Hell Kitchen กับคุณน้องชายที่เคารพรัก  นั่งหัวเราะกันมากมาย  ถ้าใครอยากรู้ว่าจะด่าฝรั่งให้เจ็บยังไงแนะนำให้ดูรายการนี้เลย  เพราะ Chef แม่งด่าได้ใจเจง ๆ (ประมาณว่าเข้าสเป็คผู้ชายในอุดมคติของเป็ดน้อยเลย - ดิบและเถื่อน)
เมื่อวานกว่าจะเข้า MSN ได้ต้องใช้ความพยายามสูงมาก  ยิ่งกว่างมเข็มในทะเลหรือตามหารักแท้ซะอีก  เข้าไปได้ทีนี่อย่างกับว่าดวงตาจะเห็นธรรม  เหนื่อยมากมายเจง ๆ  ประมาณว่าถ้าเป็นคนไม่พิเศษคงเข้าไม่ได้
ช่วงนี้อยากถามใครสักคนเล็กน้อยถึงปานกลางว่าเราเป็นเพื่อน เพื่อนสนิท เพื่อนรัก หรือกิ๊กกันเนี่ย  ถ้าไม่อยากให้หวั่นไหวก็อย่าทำแบบเมื่อวานอีกนะคะ  ไม่อยากเป็น "เพื่อนรัก รักเพื่อน"  ไม่งั้นสุดท้ายจะด้วยการเป็น "คนรักคนที่สอง"
พูดถึงเรื่องรัก ๆ แล้วเนี่ย  ไอ้เพื่อนนัทครับ (ไม่ใช่เป็ดน้อย หรือ นัทซอมบี้นะ)  กูโคตรรักมึงเลยครับ  Thanx นะคับสำหรับของขวัญวัน Christmas
วันก่อนไปทำ Work Permit ที่จะกลับ NZ วันอาทิตย์นี้  ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะพูดดีกว่าคนที่อยู่สุวรรณภูมิมากมาย  คนที่อยู่ในสุวรรณภูมิแมร่งพูดได้เหียกมากมายเลย  แต่คนที่มหาดไทยค่อนข้างพูดดีเชียว  แถมทำให้เร็วมาก ๆ ด้วยแค่ 10 นาทีกว่า ๆ ก็เสร็จ (แต่จะเร็วกว่านี้ถ้าคนเซ็นต์ไม่หนีเข้าส้วมไปซะก่อน)
รักเมืองไทยที่สุดในโลกเลย  เย้!!! 
12月24日

กลับไทยหนึ่งสัปดาห์

ในที่สุดก็ได้กลับประเทศไทยซักทีหลังจากไปตรากตรำอยู่นิวซีแลนด์มาเดือนกว่า ๆ  เมื่อวานก็น่าเบื่อพอควรตอนรอขึ้นเครื่องที่ Auckland เนื่องด้วยว่าเพื่อนที่คุยกับเราดันไปกินข้าวกันหมด  ก็เลยเหลือเรานั่งอยู่กับคนที่ไม่สนิท  แต่ก็ยังดีที่ตอนท้ายเป็ดน้อยมานั่งเล่นด้วยไม่งั้นคงเหมือนอยู่ค่ายกักกันแน่เลย  พอขึ้นเครื่องก็มานั่งกับพี่โรส  คราวนี้แอบนอนไม่หลับอย่างแรงเพราะพี่เค้าไม่ยอมปิดหน้าต่าง  จะให้บอกให้พี่เค้าปิดก็ไม่กล้า  สุดท้ายก็เลยนอนไม่เต็มอิ่มอีก
คราวนี้เป็นครั้งแรกที่นั่งการบินไทยแล้ว OK (คำว่า OK ไม่ใช่ดีนะ)  เหมือนนั่ง Singapore Airline ชั้น Economy แต่มีเกมกับเบาะไฮโซ (เรานั่ง Business Class กลับ)
กลับมาถึงก็ไปเดินซื้อของกับเป็ดน้อย  ออกมาจาก Immigration เป็นสามคนสุดท้าย  แต่ว่าพอไปเอากระเป๋าก็พบว่าทุกคนยังไม่ได้ออกไปเลย (นอกจากพี่ทั้งสอง)  เราก็เลยออกไปพร้อมป๋วยและสองแฝด  ก่อนออกก็ถูกป๋วยหยอดเล็กน้อยว่าถ้าเราเจอพ่อกับแม่แล้วบอกด้วย  จะไปหวัดดีพ่อแม่สามี  เจอมุขนี้ทีตอบไม่ถูกเลย  ถ้าเล่นกับเราคนเดียวหรือหม่าม๊าก็โอเคอ่ะ  แต่ถ้าเล่นกับป๊านี่ขำไม่ออก  สุดท้ายป๋วยก็หวัดดีแต่ไม่กล้าเล่น (ถ้าเล่นนี่รับรองเกิดแน่นอน)
ก่อนกลับก็ต้องไปยื่น Exit Permit  จะบอกว่าเจ้าหน้าที่ตอบได้ไม่รับผิดชอบมาก  เห็นแล้วเซ็งจริง ๆ แต่ช่างมันเหอะ  ว่าแต่ทำไมป๊าต้องให้เอม (น้องสาวเรา) มาคุมด้วย  แค่ไปยื่น Exit Permit เฉย ๆ นะ 
ช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนกลับไทยเนี่ยเหมือนได้อะไรมากมายจิง ๆ  ทั้งเรื่องงานและเรื่องเพื่อนเลย  เรื่องงานเนี่ยเราได้เรียนอะไรมากมายที่สุดก็ตอนก่อนกลับนี่แหละ  ทำให้โคตรรักงานนี้มากมายเลย  ส่วนเรื่องเพื่อนนี่ก็ไม่แพ้กัน  ได้เห็นธาตุแท้ของคนหลายคนมากมายเลยแฮะไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม 
เรื่องเพื่อนเอาที่ดี ๆ ก็มีนัท ป๋วย ลักษ์  สามคนนี้ทำเราประทับใจมากมายเลย  กะเปิดเพลงโบ "ขอบคุณจริง ๆ ที่รักกัน  ขอบคุณที่เธอไม่มองข้าม  อยากย้ำความรู้สึกจากใจ... ฉันจะอยู่เป็นคนของเธอ  จะรักจะดีแต่เธอ  ขอให้เธอได้รู้ไว้..." (ที่เหลือต่อเองละกัน  แบบว่ายาวพิมพ์ไม่ไหว)  ตามด้วย "ขอบคุณที่รักกัน" ของโปเตโต้
สำหรับเรื่องที่ทำให้เซ็งเรื่องเพื่อนก็มีทั้งเรื่องโดนแทงข้างหลัง  (Manager ของทั้งทางเรากับทั้งทางนิวซีแลนด์เรียกเราเข้าไปคุยเรื่องนี้ 1 by 1 เลยด้วย  เซ็งมั้ยล่ะ)  ทั้งที่โดนนินทาจากเพื่อนที่อยู่คนละทีม (ไม่ใช่ทีม CM และ Pricing)  แถมยังโดนรุ่นพี่เล่นนอกรอบไปด่าเราให้ Pitchers (คนสอนงาน) ฟังแถมด่าในเรื่องที่จริงและไม่จริงด้วย  สุดท้ายเลยก็ยังมีคนทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนหลอกใช้ด้วย  ประมาณว่าพอมีอะไรก็มาทำเป็นดี  พอหมดเรื่องก็ทำเหมือนเราเป็นอากาศ (สรุปเลยเป็นพี่ป้าง  ไม่ก็ Bodyslam ชุดแรกซะงั้น)
ก่อนกลับ  พี่ผึ้งที่อยู่แผนก PSC เค้ามาเตือนเราว่า "เพื่อนร่วมงานไม่ใช่เพื่อน"  ที่พี่เค้ามาเตือนเพราะเราถูกเพื่อนจากอีกทีมนินทากับที่โดนแทงข้างหลังมันไปถึงหูพี่เค้า  พอฟังแล้วก็อึ้ง ๆ นะเพราะไม่คิดว่าพี่ผึ้งจะพูดแบบว่ามันไม่เข้ากับบุคลิกพี่เค้าไง  แต่ถ้าถามว่าที่พี่เค้าพูดน่ะจริงมั้ยมันคงจริงสำหรับเราในตอนนี้  พี่นัท (ไม่ใช่นัทเป็ดน้อยนะ) ก็เคยบอกว่า "เพื่อนร่วมงาน = คนที่เป็นเพื่อนเฉพาะงาน  พอหมดงานก็ไม่ใช่เพื่อน"  พอนึกถึงสองประโยคนี้แล้วมันนึกถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนกลับเลยแฮะ
ตอนนี้ทำใจเรื่องคน ๆ นั้นได้แล้วล่ะ  ขอบคุณมึงนะไอ้ปลื้ม ป๋วยป๋วย และน้องลักษ์ที่มาฟังเราบ่นจนทำใจได้  แล้วก็ขอบคุณคนอีกคนด้วยที่มาทำเหมือนจะมาปลอบแล้วสุดท้ายก็มาหลอกใช้เรานะ  คงต้องเปิด "ขอบใจจริง ๆ " ของ Y not 7 ฟังป่าวเนี่ย
วันนี้ไปงาน Christmas ที่เอแบคดีกว่า ^^ 
12月19日

กลับไทยฉลอง Christmas

ในที่สุดก็ได้กลับไทยแล้วเสาร์นี้  แต่ว่าก็คงไม่ได้ทำอะไรมากเนื่องจากว่ากลับมาแค่หนึ่งสัปดาห์แล้วกลับไปทำงานต่อ  แถมกลับมาช่วง Midterm ของ ABAC ด้วยคงไม่ได้เจอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์แน่นอน  T_T
ช่วงนี้คงต้องยอมรับว่า Happy ขึ้นบ้างทั้งเรื่องงานและเรื่องเพื่อน  เรื่องงานก็ไม่มีอะไร  ก็แค่พอทำงานอย่างเต็มที่แล้วผลที่ออกมามันทำให้เรา Happy ก็เท่านั้นเอง  ส่วนเรื่องเพื่อนก็มีคน ๆ นึงเค้ามาคุยกับเราแบบเปิดอก  ก็เลยได้เห็นอะไร ๆ จากเค้ามากขึ้น  แล้วมันก็ทำให้เรารู้สึกว่ามีคนที่แคร์เราอยู่เหมือนกัน 
เสาร์ที่แล้วเป็ดน้อยหนีไปเที่ยวก็เลยเหงาบ้างเล็กน้อย  แต่โชคดีที่ป๋วยกับน้องลักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนก็เลยหายเหงาไปพอควร  แต่ถ้าพูดตรง ๆ เราก็ยังเซ็ง ๆ อยู่บ้างล่ะนะ  แต่ก็ไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น (แต่แอบงอนที่พี่อัลมอนด์กับเป็ดน้อยไปเที่ยวไม่ยอมชวน)
วันก่อนได้ฟังเพลงที่เคยอัดไว้เล่น ๆ กับเมย์และคุณชายเมื่อสมัยก่อน  ก็เลยนั่งอารมณ์ดีไปพักนึง  เพราะตอนเล่นเพลงนี้เล่นได้แป้กมาก  กีตาร์ก็เพี้ยน  คนร้อง (เมย์) ก็ร้องไปขำไป  แต่พอมาฟังวันนี้แล้วทำให้แอบยิ้มได้  ชอบเพลง "เธอกับฉัน" ที่เมย์ร้องจังแฮะ
ตอนนี้มีแต่คนว่าเราบ้างานทั้งนั้นเลย  จริง ๆ เราว่าเราไม่ได้บ้างานหรอก  เพียงแต่ว่าทำงานแล้วมันมีความสุขกว่าการต้องอยู่กับบางคนในทีม  เราก็เลยค่อนข้างอยากมาทำงานก็เท่านั้นเอง  ^^
ช่วงนี้มีคนถามเยอะเลยว่าทำไมงานเสร็จแล้วไม่ยอมกลับบ้าน  เราเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงดีนะ  เราก็แค่รู้สึกว่าเพื่อน ๆ ยังไม่กลับแล้วเราจะกลับได้ยังไง  สงสัยคงได้นิสัยพี่อัลมอนด์มาแล้วมั้งเนี่ย
วันก่อนไปกินอาหารโมร็อคโคในร้านชื่อ "ฮาเร็ม" มา (ชื่อนี่ส่ออย่างแรง)  จะบอกว่าอาหารอร่อยสมราคาเจง ๆ  พี่สมบูรณ์ (Manager) กระเป๋าเกือบฉีกเลยเพราะร้านนี้ไม่รับบัตร American Express รับแต่เงินสด  วันนั้นไปกินกันห้าคนก็หมดไปประมาณ $170 เหรียญได้  คนที่ไปกินวันนั้นก็มีป๋วย ลักษ์ พี่เก๋ (Manager ของ Treasurer Credits) พี่สมบูรณ์ แล้วก็เรา  ไปกินก็ชิว ๆ สลับกับเครียดเป็นช่วง ๆ (เพราะคุยเรื่อง Audit ด้วยแหละ =_=)  สรุปก็คือป๋วยเค้าอยากมากินอีกรอบ
พอกินเสร็จ  เราก็พาสองสาวไป Dance  พาไป Dance คือไปส่งหน้าร้านแล้วกลับมานอน  สองสาวด้วยความมันส์ก็เลยโทรตามพี่ก้อง (ลูกน้องพี่เก๋) มา Dance ด้วย  คราวนี้ยาวเลยครับ  แต่ก็ดีที่พี่ก้องไปไม่งั้นมีหวังตีสามคงต้องมารับสองสาวกลับ Apartment แน่นอน
ตอนนี้เหมือนเรื่องงานกำลังรุ่ง  แต่เรื่องความรักนี่คงตกต่ำถึงขีดสุด  เพราะคน ๆ นั้นเค้าทำเหมือนไม่อยากพูดกับเรามากขึ้นทุกที  แต่ก็ช่างเหอะ...ขอบคุณน้องแพรนะที่มาเม้นให้กำลังใจวันก่อน  ทำให้สบายใจขึ้นบ้างพอตัว
ตอนนี้ใช้คอมเป็ดน้อยมาอัพสเปซอยู่  เนื่องด้วยว่าพี่สมบูรณ์เค้าคุยงาน One by One กับทุกคนในทีม  เราโดนไปแล้วเมื่อวาน (กลับจากออฟฟิสสี่ทุ่มครึ่ง)  วันนี้เป็ดน้อยเป็นคนสุดท้าย  ไอ้เราก็กลัวเป็ดน้อยกลับดึกก็เลยมานั่งด้วย  เป็ดน้อยก็เลยทิ้ง Laptop เป็นของดูต่างหน้าก่อนไปคุยงาน (พูดเหมือนเป็ดน้อยจะไปสงครามเวียดนามเลยแฮะ)  เราก็เลยมาใช้คอมเป็ดน้อยอัพสเปซนี่แหละ
จะบอกว่าคนที่เราชอบไม่ใช่เป็ดน้อยแหละ  เห็นมีคนเข้าใจผิดเยอะมากมาย (คนสอนงานที่นี่ก็เข้าใจว่าเราเป็นแฟนกับเป็ดดำ  อะไรกันเนี่ย!!!)  เอาเป็นว่าคนที่เราชอบเป็นอีกคนนึงละกัน
กลับเมืองไทยไปแล้วกะจะไปกินข้าวกับน้องสาวทั้งสาม "ก้อย ออย และสมดี"  แต่ไม่รู้ว่าไปเมื่อไหร่เพราะถ้าจะไปกินต้องหอบสังขารไปถึงออฟฟิสที่พระรามสี่แน่ะ (ออฟฟิสเราอยู่ที่สาธรอ่ะ)  ไว้ยังไงจะโทรไปเฟิร์มละกันนะ
ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่เป็ดน้อยจะออกมาเนี่ย  ง่วงแล้วอ่ะ   
12月15日

อยู่อย่างเหงา ๆ

เสาร์หน้าก็กลับไทยซะทีหลังจากมาตรากตรำทำงานอยู่นิวซีแลนด์  กลับไปก็ไม่ค่อยจะดีใจซักเท่าไหร่  เพราะเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เอแบคเข้าสู่ช่วงสอบคงไม่มีใครว่างมานั่งเล่นกับเรา  คิดแล้วก็แอบเบื่อเลยแฮะ
ชีวิตที่นี่ก็เริ่มอยู่ตัวแล้วล่ะ  เหมือนคงชินกับชีวิตที่ไม่มีใครแล้วล่ะมั้ง  เหงา ๆ กับการอยู่ตัวคนเดียว  แต่ก็ดีเหมือนกันได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น  ได้มีเวลาจัดการกับชีวิตมากขึ้น...
ช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นแหละ  คงเป็นการแลกงานบางส่วนกับพี่ Teamlead  ตอนแรกก็เซ็งอ่ะเพราะงานเราหนุกกว่า (หนุกกว่ามากมายด้วย)  แต่ว่าพอทำแล้วก็ได้อะไรใหม่ ๆ มาเหมือนกัน  เพราะ Rahael เค้าจะสอนงานเราประมาณว่าให้เราเข้าใจก่อนทำ  แต่ว่าเราคงเป็นนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องมั้งเพราะไม่ค่อยเข้าใจที่เค้าสอน  ประมาณว่าชอบแบบ Jason ที่สอนโดยการปล่อยไปลุยเลยมากกว่า
ก็ได้เห็นอะไร ๆ จากคนใกล้ตัว (เพื่อน ๆ ในทีม) มากขึ้นช่วงนี้  คนที่เราว่าเป็นคนที่น่าคบคงมีแค่นัท ปลื้ม ลักษ์ แล้วก็บีแค่นี้ล่ะมั้ง  จริง ๆ คนอื่น ๆ อาจจะน่าคบก็ได้นะแต่เราไม่ค่อยสนิทก็เลยไม่รู้จักเค้าเท่าไหร่  แต่ก็มีบางคนนะที่ทำเหมือนดีแต่ว่าพอลับหลังก็...นะ  แย่จังแฮะ
ตั้งแต่ทำงานมา  เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองรักงานนี้มาก ๆ ก็ตอนที่ต้องแลกงานบางส่วนกับพี่ Teamlead นี่แหละ  คงเพราะความสุขอันเดียวตั้งแต่มาเทรนที่ Wellington ก็คงเป็นงานนี้ด้วยแหละมั้ง  ตอนนี้ก็เลยตั้งใจว่าจะทำงานเราให้ดีที่สุด  เพราะเราไม่อยากจะเสียความสุขเดียวที่มีอยู่ที่นี่ไปละ
วันนี้ไอ้ปลื้มกะไปเดทกับ Geoff เนื่องในโอกาส Geoff ออกจากงาน  ฟังแล้วแปลก ๆ ป่าวเนี่ย  เอาเป็นว่าไปให้หนุกนะมึง
ใครผ่านห้องเราตอนเช้าคงรู้เลยว่าเราหรือพี่มิงตื่นก่อน  ถ้าเราตื่นก่อนก็จะได้เสียงเพลงประมาณ Big Ass หรือไม่ก็แนวหลอกเด็กม.ต้น (อย่าง Dan-Beam)  แต่ถ้าเป็นพี่มิงแกก็จะเล่นเปิด Eminem แต่เช้า  แถมพี่แกเปิดดังประมาณว่าถ้าอยู่ห้องข้างก็ได้ยิน (เพราะพี่แกชอบไปกินข้าวอยู่ห้องน้องลักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ )
พูดถึงพี่มิงแล้วก็ต้องเรื่องไพ่เลย  พี่แกไม่เคยเล่นไพ่มาก่อน  น้องลักษ์กับป๋วยเลยชวนเล่นป๊อกเด้ง  ได้ข่าวว่าฮามากมาย (ตอนนั้นยังไม่ได้ไปเล่นเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น)  สักพักก็เปลี่ยนไปเล่นไพ่โกหกแทน  ตาแรกพี่แกเล่นลงไปสิบใบแล้วบอกว่าหัวใจหมด...  เอ่อ...พี่ครับทั้งสำรับมันมีหัวใจ 13 ใบ  ในมือผมมีอยู่ก็สี่ใบแล้ว  แล้วอย่างนี้ใครมันจะเชื่อครับพี่ว่าสิบใบที่พี่ลงเป็นหัวใจ  เอาเป็นว่าเล่นเสร็จแล้วฮามากมาย  กะว่าเสาร์นี้จะเล่นอีก
จะมีงาน Christmas ที่เอแบควันอาทิตย์หน้า  แต่อดไปอ่ะปีนี้  โคตรเศร้าเลย  อย่างนี้ก็อดถือโข่งยืนแซวประชาชนอยู่หน้าซุ้มน่ะสิ  T_T
วันก่อนมีคนส่งเมลล์มา  คนส่งก็คือน้องน้ำสุดสวยของพี่นัทเพื่อนผมนี่แหละ (อ่านแล้วงงป่าวเนี่ย)  ประมาณว่าเค้ามีงานฉลองครบรอบเป็นเพื่อนกันครบแปดปี (แปลก ๆ ป่าวเนี่ย)  ปีนี้ก็อดไปอีกละ  เศร้าเฟ้ย  จากภาพที่ส่งมามีแต่ของไฮโซน่ากินมากมาย  เห็นแล้วอยากไปกินด้วยจัง
วันนี้เป็นวันแรกที่คนในออฟฟิสแต่งตัวกันชิวมาก (ชิวแบบไม่เคยเห็นมาก่อน)  แต่ก็ดีเห็นแล้วรู้สึกเหมือนมาเดินเล่น  ไม่ได้ไปทำงาน (ถึงงานวันนี้จะเยอะไม่เหมือนกับบรรยากาศในออฟฟิสก็เหอะ)
ในที่สุดเราก็มีชื่อเสียงข้ามประเทศละ  เนื่องจากส่งเมลล์ไปฉะกับผู้จัดการของ Functions ต่าง ๆ  ไม่ว่าจะในนิวซีแลนด์  สิงคโปร์  และออสเตรเลีย  อย่างนี้จะโดนดักตีหัวที่สนามบินป่าวเนี่ย
กลับไทยได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็ต้องกลับมาทำงานที่นิวซีแลนด์อีกละ  ขึ้นเครื่องเหนื่อยอีกแล้ว (เพราะเป็นเครื่องการบินไทยนี่แหละถึงเหนื่อย)  ขี้เกียจไปทะเลาะกับแอร์ฯเฟ้ย  ขนาดแอร์ฯชั้น Business แม่งยังแบ่งชนชั้นคนใช้บริการ Business Class ด้วยไม่ใช่แค่ Economy  ไม่เชื่อลองนั่ง Business Class การบินไทยดู
วันก่อนเศร้ามากมายเลย  แอบไปน้ำตาคลอด้วย  เนื่องด้วยการถูกบีบให้แลกงานนี่แหละ  ไอ้แลกงานก็แค่เซ็งนะ  แต่ไม่ชอบที่พี่เค้าพูดเลยมันเหมือนเค้าไม่เชื่อมือเราซักเท่าไหร่  ทั้ง ๆ ที่คนที่นิวซีแลนด์เค้าเชื่อมือเรามากกว่าอีก  เจออย่างนี้แล้วแอบเศร้าเลย
เบื่อกับการต้องอยู่เหงา ๆ ลำพังจัง
12月11日

ฉันเป็นคนโง่เหนือใคร ๆ

วันนี้ก็มาอัพสเปซฆ่าเวลาละกัน  ช่วงนี้อ่านสเปซตัวเองแล้วก็แอบมานั่งเซ็งเอง  ประหลาดคนจังเลยแฮะเราเนี่ย
เค้าบอกว่าคนที่จะเป็นเพื่อนสนิทกันได้ถ้าไม่เหมือนกันมาก ๆ ก็ต้องต่างกันแบบสุดขั้ว  สงสัยว่าคงจะจริงแฮะ  เพราะไม่งั้นเราคงไม่สนิทกับเจ๊จิ๊บหรือพี่นัทหรอก  บางทีเราก็รู้สึกว่าคนที่ต่างจากเรามาก ๆ เค้าสามารถเติมในสิ่งที่เราไม่มีได้  การที่ได้รู้จักคนที่ต่างจากเรามาก ๆ มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มาเหมือนกันนะ  แต่หลายครั้งเหมือนกันที่เราก็อิจฉาสองคนนั้น  เพราะทั้งพี่นัทหรือเจ๊จิ๊บก็ตามทั้งคู่เป็นคนที่เกิดมาเพื่อถูกรัก  หรือได้รับความรักจากคนอื่น ๆ  ซึ่งมันก็ค่อนข้างต่างจากเรามาก ๆ เลย  เพราะเราแทบจะไม่เคยได้เป็นคนที่ได้รับความรักจากใคร ๆ ...
ตอนนี้เหมือนกับทำใจเรื่องนั้นได้แล้วล่ะ  แต่กลายเป็นว่าเราเพิ่งรู้ตัวว่าคนที่เค้าดีกับเราที่สุดกำลังจะจากเราไป  ทั้งที่รู้อย่างนั้นแท้ ๆ แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ  ทำได้แค่โทษตัวเองว่าไม่สามารถรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดใกล้ตัวได้  แย่จังเลยเนอะ
เปลี่ยนเรื่องดีกว่านะ  ไม่อยากให้คนที่เผลอเข้ามาอ่านเศร้าไปกว่านี้...  วันก่อนไปชายหาดนั่งจับหอยกับไอ้ปลื้ม  อย่าเพิ่งคิดไปไกล  ไม่ได้จับหอยอย่างนั้น (อย่างไหนก็คิดเอาเอง)  แบบว่าไปเจอหอยเกยตามโขดหิน  ไอ้ปลื้มก็เลยไปนั่งจับ  นับว่าสนุกสนานกันมากมาย (โดยเฉพาะไอ้ปลื้มเพราะมันเอากล้องเราไปใช้ซะคุ้มเลย)  แต่ที่เมื่อวานทำคนแถวนั้นตกใจเพราะเราเล่นใส่สูทไปทะเล  ส่วนไอ้ปลื้มก็ไม่แพ้กันใส่ส้นสูงชุดทำงานไปชายหาด  ดู ๆ แล้วเหมือนหนังเกาหลีซะงั้น
พี่ผึ้งที่ทำ Budget ให้กับ PSC ของ New Zealand โคตรเก่งแสร่ดอ่ะ  จบจาก U of Melbourne อ่ะ  มหาลัยที่เข้ายากที่สุดในออสเลยนะเฟ้ย  เห็นแล้วอึ้งมากมาย  น่ารักบวกฉลาด  โคตรเท่ห์เลยอ่ะ
วันก่อนนั่งคุยกับพี่ก้องที่มา Workshadowing ที่นี่เหมือนเรา (แต่เค้าอยู่ Treasurer Credits)  คุยแล้วรู้สึกดีแฮะ  นาน ๆ จะเจอเพื่อนผู้ชาย (บริษัทนี้หาผู้ชายแท้ยากจิง ๆ  ไม่เชื่อลองมาเป็นพนักงานดู)  แต่แอบสงสารพี่เค้าแฮะต้องมาเทรนคนเดียว  ไม่มีเพื่อนมาด้วย  มีแต่เจ้านายที่ตามมา
วันก่อนไปงานเลี้ยงของบริษัทมา  ฮามากมายคับ  มีเอาเพลงมาแปลงได้ขำมาก (แต่ถ้าใครไม่ได้ทำงานที่นี่คงไม่ขำอ่ะ)  แขวะกันอย่างได้ใจ  ที่สำคัญได้เห็น Brandon เมา (คนเมามากมายเลย)  เราเองก็เกือบไป (ล่อแชมเปญไปแปดแก้ว ไวน์แดงหนึ่งแก้ว  แล้วก็ไวน์ขาวอีกหนึ่ง)  แต่สาว ๆ นี่คอแข็งมากมาย  ทีมเราไม่มีใครเมาเลย (แต่พี่ ๆ นี่ไม่นับนะ)  แต่เราว่าพี่พุทกับ Lindsay เมาแล้วแอบน่ารักแฮะ (ประมาณว่าเข้ากับเพลง "ลำยอง" ของ Buddha Bless เลย) 
ในวันนั้นก็ไปถ่ายรูปคู่กับสาว ๆ มามากมาย (ก็ไม่มีผู้ชายในบริษัทเลยนี่หว่า)  แต่ที่สำคัญเลยคือกล้องเราเหมือนกล้องพี่ผึ้งกับไอ้ปลื้มเลยแฮะ  ถ่ายมามีแต่รูปสองสาว  รูปเรามีแค่เฉพาะก่อนเข้างานเท่านั้นเอง T_T
ทำงานก็หนุกนะ  แต่พอเลิกงานแล้วเซ็ง ๆ แฮะวันนี้  ได้ Feel ประมาณพระเอก MV เลย (เมื่อคืนไม่น่าไปเอาเพลงต้องห้ามมาจากคอมไอ้ปลื้มเลยแฮะ)  เอาเหอะ...เด๋วชวนเป็ดน้อยไปกินข้าวแก้เซ็งละกัน
ในที่สุดก็มีเงินเดือนของตัวเองซะที  ไม่ค่อยมากเท่าไหร่  แต่ก็เยอะกว่าคนอื่นนิดหน่อย (ไม่บอกละกันนะว่าได้เท่าไหร่)  ตอนนี้ต้องประหยัดเข้าไว้จะได้เก็บตังค์ไว้แต่งงาน (เว่อร์จิงกู)  กลับไปจะดูซิว่าเงินเดือนหน้าตาเป็นยังไง
ตอนนี้นั่งเฝ้าเป็ดน้อยทำงานอยู่  ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องนั้นหรือป่าวทำให้ไม่อยากกลับ Apartment ไปนอน  เอาเป็นว่าคงจะหายเซ็งเร็ว ๆ นี้มั้ง (อยู่ใกล้เป็ดน้อยแล้วอารมณ์ดีขึ้น 0.725%)
ตอนนี้ตามหาน้องกลางอยู่  ใครเจอบอกให้มันติดต่อกลับด้วย
ไปละดีกว่า...
12月6日

วันเกิดถึงวันพ่อ...

ก่อนอื่นต้อง Happy Father Day ก่อนเลย  รักป๊านะคับ  ถึงไม่ได้โทรไปหาแต่เมลล์ไปหาแล้วนะ  หวังว่าป๊าคงได้เมลล์นะคับ

มาที่งานวันเกิดปีนี้แอบแปลก ๆ ตรงที่ไปกินกับคนที่ไม่สนิททั้งนั้นเลย  ตอนแรกก็ไม่ได้อยากไปหรอก  เพราะว่าเราค่อนข้างไม่สนิทกับใครในทีม  แล้วเหมือนบางคนเค้าก็ไม่ค่อยอยากให้เราไปด้วย  แต่ที่ไปคราวนี้ก็เพราะ จุ๊แหละ  เค้าเทคเราดีมากแถมเค้าซื้อของขวัญให้เราด้วยแล้วก็ยังวิ่งวุ่นไปหาเค้กจัดงานในออฟฟิสให้เราอีก  สรุปก็เลยไปงานวันเกิดเรากับจอย (แบบว่าเกิดวันเดียวกันอ่ะ)  แต่พอไปแล้วเหมือนว่างานมันจะจัดให้จอยเพียงคนเดียวไม่ได้จัดให้เรา  แต่เราก็อยู่จนกินเสร็จแหละแล้วก็ทำเหมือนสนุกด้วยเพราะไม่อยากให้จุ๊เสียใจอ่ะ

ขอแซวเพื่อนคนนึงหน่อย (ไม่เอ่ยชื่อละกันนะ)  ประมาณว่าหัวแตกไปเย็บแถมต้องนอนโรงบาลด้วย (ไม่บอกละกันว่าทำไม)  ออกจากโรงบาลไม่ถึงสองชั่วโมงก็กลับไปนอนอีกรอบ  เนื่องด้วยพี่แกเล่นไปเตะบอลแล้วไปโหม่งโดนแผล  ไม่รู้จะเรียกว่าโง่หรือฉลาดน้อยดี  สรุปหมอแกเจอหน้าเพื่อนกระผมก็แซวไปว่าลืมของไว้ในห้องคนไข้หรอถึงรีบกลับมานอนเชียว  (เฮ้อ...เพื่อนกู)

เพิ่งสังเกตว่าคนเก็บเตียงที่ Apartment ที่ชั้น 11 (ที่เราอยู่) แอบน่ารักแฮะ... (หมายถึงคนผู้หญิงนะ  ไม่ใช่ไอ้เถิกหน้าโหด)  เห็นแล้วอยากเป็น Black Vanilla มาร้องเพลงว่า อยากให้ช่วยมาจีบมาจีบฉันที...  เห็นหน้าแล้วเหมือนมี Bodyslam มาร้องเพลง หวั่นไหว อยู่ในท้อง  จนตอนนี้อยากกลายเป็น คนที่ถูกรัก ซะงั้น

เมื่อวันศุกร์ที่ออฟฟิส (เฉพาะแผนกเรา) เค้ามีไปกินข้าวเย็นตามด้วยคาราโอเกะกัน  ไปแล้วก็แอบไม่ค่อย Happy ซักเท่าไหร่แหละ  เพราะเหมือนไม่ค่อยมีคนสนใจเราซักเท่าไหร่ (แล้วจะชวนกูไปทำไมเนี่ย)  แถมก็มีคนด่าเราด้วย  เซ็งว่ะ!!!  เพื่อนที่ไทยเรายังไม่มีใครพูดอย่างนั้นกับเราเลยซักคน  แล้วนี่แม่ง...เป็นเหียกไรถึงมาด่ากูเนี่ย  ไปแล้วแอบเซ็งมากมาย  สุดท้ายก็เลยขอกลับก่อนกับพี่โรส 

ยิ่งนับวันยิ่งพบว่าเพื่อนที่นี่มันสู้เพื่อนที่ไทยไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ  บางคนก็ Fake อ่ะ  บางคนก็เหมือนทำตัวเป็นคนดีบังหน้า (เจอคนอย่างนี้แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา)  ทำไมเพื่อนเราที่ไทย (และที่ออส) ไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลยฟะ  แสดงว่าเพื่อนที่นี่มันเลวร้ายหรือเพื่อนที่ไทยกับออสมันดีเกินไปกันแน่เนี่ย

รักเจ๊จิ๊บมากมายเลยฮะ  ขอบคุณนะสำหรับคำปลอบใจของเจ๊  ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันคงขอแต่งงานไปแล้วเนี่ย  ไม่เจอเจ๊ตั้งนานเลยอ่ะ  ไว้กลับไปแล้วจะโทรไปหานะครับ (ที่โทรตอนนี้ไม่ได้เพราะไม่มี Calling Card อ่ะ  ขี้เกียจซื้อมากมาย)

ชีวิตที่นี่เลวร้ายพอตัวเลยอ่ะ  ยิ่งไม่ได้เล่น MSN แล้วเหมือนถูกทิ้งที่เกาะร้างเลย  อีกไม่นานเราก็คงไม่เหลือใครแล้วล่ะมั้ง...  ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไทยไว ๆ นะ  อย่างน้อยที่ไทยเราก็ยังมีคนที่เราเรียกว่า เพื่อน ได้เต็มปากมากกว่าที่นี่ 

พูดเรื่องที่ Train งานบ้างดีกว่าแฮะ...  เมื่อวาน Jason สอนให้ทำ Report อันนึง  แล้วมันจะมีปุ่มให้ Click สี่ปุ่ม  ไอ้สองปุ่มล่างเนี่ยถ้าเผลอไป Click เนี่ยจะได้ใจอย่างแรงเพราะว่ามันจะพิมพ์ Report จำนวนกว่าหกพันหน้าออกมา  ที่สำคัญคือมันจะหยุดไม่ได้จนกว่าจะพิมพ์เสร็จ  วิธีแก้ก็ง่ายมากมายคับ...ต้องโทรไป Texas ให้เค้าหยุดระบบให้ซึ่งได้ข่าวว่าใช้เวลาประมาณวันเศษ ๆ  Jason เค้าบอกว่าครั้งล่าสุดที่ทาง Texas แก้ให้เนี่ยใช้เวลาเท่ากับพิมพ์ Report เวรเนี่ยเสร็จพอดี  ฟังแล้วทำเราแอบอึ้ง...  ประมาณว่านี่กูเป็นผู้พิทักษ์ความเป็นไปของโลกป่าววะ  แม่ง...กดผิดทีได้เกิดเลย (ได้เกิดจริง ๆ ครับเพราะชื่อคุณจะถูกกล่าวขานไปในแผนกไปอีกนานที่ทำให้ Printer เป็นอัมพาตหนึ่งวันเต็ม)  เราเรียกไอ้สองปุ่มต้องห้ามนี้ว่า “Buttons of the Month” (เนื่องด้วยว่า Report อันตรายนี้ทำเดือนละครั้ง  และที่สำคัญกว่าคือถ้ากดไปแล้วชื่อเสียงเราจะโด่งดังไปถึง Texas และ Wellington ทั้งเดือน)

เมื่อวันก่อนได้เมลล์ที่ทำให้อารมณ์ดีตั้งสองฉบับ  ฉบับแรกก็แน่นอนจากป๋าเทียนเพื่อนเลิฟเขียนมาให้กำลังใจ  อีกฉบับนี่ก็มาจากโจไข่หิน  อันนี้เหมือนไอ้โจเขียนมาให้ฮาเล่น  อ่านแล้วขำ ๆ งง ๆ ดีแฮะ  ไว้กลับไปจะโทรหามึงนะ (เผอิญกูยากจนไม่มี Calling Card โทรกลับหามึงอ่ะ)

ถ้ามีลูกสาวกะว่าจะไปให้แม่ของนัท (เพื่อนจุ๊) เลี้ยงนะเนี่ย  จะได้มีลูกสาวน่ารักอย่างนัท  นัทโคตรน่ารักเลย  สามารถทำให้อารมณ์ดีได้ (เกือบ) ทุกครั้งที่สวนกัน  ประมาณว่าคนอะไรไม่รู้ยิ่งโตยิ่งดูน่ารัก  แถมที่สำคัญแอบขำด้วยเหอะ  นอกจากนี้เธอยังมีท่าเด็ดตอนแปรงฟันที่ทำให้เราอึ้งไปหลายวัน  พูดแล้วอยากแกล้งเป็ดน้อยจัง (นัท = เป็ดน้อย / ปลื้ม = เป็ดดำ)

 ช่วงนี้เหมือนทำใจได้มากขึ้นแล้วล่ะ  แต่ว่าก็ยังมีแอบเซ็งบ้างเล็กน้อยเป็นบางครั้งบางคราวนะ  เพราะเวลานั่งอยู่กับเค้ามันเหมือนเราเป็นอากาศเลย  เค้าคุยกับทุก ๆ คนนอกจากเรา  เค้ายิ้มให้กับทุก ๆ คนนอกจากเรา  แต่ก็ดีแล้วล่ะจะได้ทำใจได้ไวขึ้น  แถมมันยังทำให้เรารู้ว่าใครที่ Fake หรือโกหกเราบ้าง (ก็มีหลายคนเลยแฮะ)  แล้วก็ทำให้รู้ว่ายังมีคนดี ๆ หลายคนในทีมที่เป็นห่วงเราจริง ๆ  คราวหน้าที่มาอัพสเปซหวังว่าคงจะลืมเค้าได้แล้วนะ...

รักที่รัก (จุ๊) เป็ดดำ (ปลื้ม) แล้วก็เป็ดน้อย (นัท) มากมายคับ  อยากเป็นเพื่อนกับสามคนนี้นาน ๆ อ่ะ  ขอบคุณจริง ๆ ที่แคร์เรามากกว่าคนอื่นในทีมนะ  จะรัก (พวก) เธอให้มากพอและขอทำให้ดีที่สุด (จบแบบโปเตโต้ซะงั้น)  แล้วก็คิดถึงปุ๊ก (เพื่อนวิน) จัง  เห็นช่วงนี้งานยุ่งเลยไม่กล้าไปหาและไปทักเลย  แต่ที่สุด ๆ คือคิดถึงเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ชมรมส่องทาง IBM แล้วก็เพื่อน ๆ กลุ่ม Blade มากมายฮะ  พวกคุณ ๆ (และมึง ๆ ท่าน ๆ ) เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกแล้วแหละ 

อยากกลับไทยจังเฟ้ย!!!
11月29日

วันเกิดปีที่ 24 ของเรา

สัปดาห์นี้เหมือนมีอะไรดีขึ้น ๆ เยอะแยะ  แต่ก็ยังแอบเซ็งอยู่ดีแหละเนอะ  ไว้มาบ่นให้ฟังทีละเรื่องละกันนะ 

ไอ้เรื่องแรกเลยก็เรื่องเดิม ๆ นั่นแหละ  ก็เรื่องคน ๆ นั้นที่เราชอบไง  ถึงจะทำใจได้เยอะแล้วก็จริง  แต่เราก็ยังไม่สามารถทนได้เวลาเค้าไปเดทกับใครคนอื่น (อย่างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา)  แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะลืมเค้าได้ซักทีก็ไม่รู้...

ต่อมาก็เรื่องปุ๊กสุดสวย  คนนี้เค้ามานิวซีแลนด์แต่มาในกับคนละแผนกกับเราอ่ะ  ปุ๊กเค้าบางทีก็ดีกับเรามากมายนะ  แต่บางทีเค้าก็เหมือนแอบรำคาญเรา  ไอ้เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจิง ๆ แล้วเค้ารู้สึกยังไงกันเนี่ย  แต่ที่สำคัญเลยเวลาปุ๊กไม่สบายทำไมดูน่ารักกว่าปกติเนี่ย  อย่างนี้ต้องไม่สบายบ่อย ๆ นะคะ  อิอิ (ปล. แอบ Happy มากมายเวลาได้คุยกับปุ๊ก  ไว้ว่าง ๆ จะไปช่วยสวดมนต์อยู่ชั้น 21 ด้วยนะ  แล้วก็ขอบคุณสำหรับเพลงของเอิ้นด้วยนะคะ)

วันศุกร์สาว ๆ เค้าไป Drink กันแต่เราไม่ได้ไปอ่ะ  ประมาณว่าไม่กินเหล้า ไม่ Dance เลยรู้ว่าจะไปทำไม  วันนั้นไม่ได้กินข้าวทั้งวันเลย  แอบประทับใจจุ๊ที่เอาผลไม้มาแขวนหน้าประตูห้องเราแล้วโทรบอกให้เราไปเปิดประตู  ซึ้งมากมายนะ  แต่ไม่ได้กินเลยแหละแบบว่าเกรงใจนี่นา  แล้วก็ขอบคุณที่เมื่อวานต้มบะหมี่ให้กินนะคับ  อร่อยมากมายเลย  ไว้จะไปขอแต่งงานนะ  555

วันนี้วันเกิดเราแหละ (29 พย)  แต่ก็ไม่ได้ expect ไว้นะว่าจะมีคนจำได้หรือต้องให้ของขวัญ  แต่ปีนี้มันแปลก ๆ ไงเพราะไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ชมรมกับ Major  แถมปีนี้ดันมาตรงกับช่วงทำงานที่ New Zealand อีกก็เลยแอบเซ็ง ๆ  ประมาณว่าไม่อยากกินข้าวในวันเกิดกับคนที่ทำให้เราไม่มีความสุขนี่นา (หมายถึงแค่บางคนในทีมนะ) 

มีคนถามว่าอยากได้อะไรในวันเกิดแหละ (คนถามก็คือเมย์ที่อยู่ธรรมศาสตร์อ่ะ)  สิ่งที่เราอยากได้ปีนี้คงจะยากมั้ง  อันแรกก็คงเป็นขอให้ทุก ๆ วันเป็นวันที่เรามีความสุข  อันที่สองก็คือ อยากจะมีใครให้รัก เหมือนเพลงของเอิ้น (ถ้าพูดเป็นแบบ Bodyslam ก็คงเป็น อยากเป็นคนที่ถูกรัก)  อันสุดท้ายก็คือขอให้คนดีทุกคนเจอแต่สิ่งดี ๆ  เหมือนว่าทั้งสามข้อนี่คงเป็นไปได้ยากทั้งนั้นเลยแฮะ  ถ้าเป็นจริงซักข้อก็คงดีนะ

ไม่คิดว่าจะได้คุยกับนัทด้วยอ่ะดีใจมากมายเลย  เพราะนัทเงียบเหมือนมีคนขโมยกล่องเสียงไป (แต่ได้ข่าวว่าลูกหมูขโมยหัวใจนัทไปแล้วด้วยนี่)  กลายเป็นว่าเด๋วนี้มีอะไรก็ไปกับไอ้ปลื้มกับนัทตลอดเลย  แต่ไปกันสามคนก็ Happy ดีนะ  ชิว ๆ ดี

ไม่ชอบเลยเนอะเวลาที่เข้าพวกกับใครไม่ได้เนี่ย  คงเป็นบุคลิกที่เหมือนจะไม่เอาการเอางานของเรามั้งที่ทำให้ไม่ Happy เวลาอยู่กับคนอื่น  เราเป็นคนไม่ชอบเวลามีเรื่องเครียด ๆ นี่นาจะให้ทนอยู่เวลาเครียด ๆ ก็ไม่ไหวนะ  ประมาณว่าแค่นี้ชีวิตยังเครียดไม่พออีกรึไงถึงต้องหาเรื่องเครียดในชีวิต

เวลาทำงานเราจะได้เห็นด้านดีและไม่ดีของเพื่อน ๆ พี่ ๆ ใช่ป่ะ  ตอนนี้ก็เห็นมาหลายคนละรวมทั้งของเราเองด้วย  ตอนนี้ก็เครียดอยู่ว่าถ้ากลับไทยแล้วทำงานจริงเราจะรับเรื่องพวกนี้ได้แค่ไหน

ตอนนี้ Jason เค้าให้เราเริ่มทำงานเองละ  สนุกดีแฮะ  เอาเป็นว่าถ้าราคาน้ำมันของ Australia และ New Zealand ผันผวนก็โทษเราละกัน 555  อยากทำงานเองไว ๆ จังเลย  อยากรู้ว่าขีดความสามารถเราอยู่แค่ไหน

เมื่อวันศุกร์ไปเจอ เรื่องบังเอิญ แบบเพลงของ Basher มาแหละ (ถ้าเป็นวงโซฟาก็ต้องเป็น เรื่องมหัศจรรย์  ถ้าเป็นกบ ทรงสิทธิ์ก็ต้องเป็น ปาฏิหารย์)  เพราะไปเจอเพื่อนมิคมาเที่ยวนิวซีแลนด์โดยบังเอิญ  เพื่อนแกเล่นแบกกีตาร์นั่งดื่มเบียร์อยู่ใน Park  เราก็เลยไปนั่งร้องเพลงให้มันเล่นกีตาร์  ฮามากมาย  ถ้าใครมาเห็นต้องนึกว่าเราสองคนเมาแน่นอน (แต่ว่าเราไม่ได้ดื่มกับมิคนะ)  มีสาว ๆ ญี่ปุ่นมากรี๊ดกร๊าดพอตัว (ไม่รู้ว่ากรี๊ดไล่เหมือนไล่แมงสาปรึป่าว)  คิดถึงมึงว่ะแต่คิดถึงกีตาร์มึงมากกว่า 555 (ล้อเล่นนะ)

ไอ้ปลื้มมาที่นี่แล้วแอบป๊อบมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นคนขายกาแฟ คนขับรถตู้ พนักงานออฟฟิส คนเป่าแซ็ค ฯลฯ ก็ชอบมัน  ดีเนอะ  อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนที่ Popular ที่สุดในทีมเนี่ย  อยากแอบป๊อบบ้างจัง

ช่วงนี้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับปุ๊ก  ไปเดินเล่นกับไอ้ปลื้ม  หยอดคุณจุ๊  โดนนู๋นัทแกล้ง (เราเป็นโรคจิตป่าวเนี่ย)  แล้วก็เวลาได้ฟังเพลงชิว ๆ ในคอมเรา  แต่ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันที่ได้เจอหน้าคน ๆ นั้นแล้วความสุขมันเหมือนจะหายไปทันที  ก็หวังว่าอีกไม่นานเราคงจะทำใจได้ 

อ้อ!!!  ขอแซวไอ้ปลื้มกับนู๋นัทเล็กน้อย  เด๋วนี้ปลื้มกับนัทเดินตาม Pitcher (คนสอนงาน) เหมือนกับลูกเป็นตามแม่เป็ด  เราก็เลยไปเรียกสองคนนั้นว่าลูกเป็ด  กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งออฟฟิสเค้าเลยเรียก Christine (คนสอนงาน) ว่า Mother Duck  แล้วก็เรียกปลื้มกับนัทว่า Little Ducks  ไม่คิดว่าการแซวของเรามันจะทำให้เป็นตำนาน  โทษทีนะสองสาว  แต่เราว่าก็น่ารักดีนะแบบนี้  อิอิ

จะบอกว่ามีคน NZ ที่ทำ Pricing เหมือนเราเค้าลาหยุดไปเปิดแผ่นแหละ  ฟังแล้วแอบขำมากมาย  ไม่คิดว่าจะมีพนักงาน Exxon เป็น DJ เปิดแผ่น 

วันก่อนฟังเพื่อน ๆ ในทีมร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าทำไมเสียงดีกันจังฟะ  โดยเฉพาะจุ๊  ถ้าจุ๊แขนเล็กกว่านี้หน่อยนี่เป็นนักร้องได้สบายเลยนะ  555

สุดท้ายดีกว่าเนอะอัพมาเยอะแล้ว  อยากคุยกับเพื่อน ๆ จังแต่ว่าเข้า MSN ไม่ได้  เพราะฉะนั้นช่วยมาเม้นแล้วทิ้ง E-mail ไว้ด้วยนะคับจะได้เมลล์ไปหา
11月20日

เหงา ๆ และแอบเศร้าเล็กน้อย

ก็มาอัพสเปซแบบชิว ๆ ละกันวันนี้อ่านแล้วไม่ต้องคิดอะไรมากมาย  เพราะแค่นี้ก็เครียดมากพออยู่ละ  ใช่ป่าว???

วันนี้ก็มาเล่าเรื่องที่ใกล้ตัวก่อนเลยละกัน  ตอนนี้เพิ่งอกหักมา  จริง ๆ จะว่าอกหักก็ไม่ได้เพราะเจ้าตัวเค้าก็ไม่ได้คิดอะไรกับเราตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ  นอกจากนี้เราก็ทำใจตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จักเค้าแล้วว่าเราคงเป็นได้แค่เพื่อนธรรมดาคนนึงไม่มีทางเป็นได้มากกว่านั้น  ที่สำคัญเค้าก็มีคนที่ชอบแล้ว  แต่ว่านะ...ไอ้เราก็ดันห้ามใจไม่ไหวอ่ะเพราะเราชอบเค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้ว  แต่ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ก็คงต้องทำใจล่ะเนอะ  อยากให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นไว ๆ หายจากอาการ Emotional instability ไว ๆ จัง  แต่กว่าจะหายก็คงนานมั้งเพราะว่าเราไม่เคยชอบใครตั้งแต่แรกเห็นอย่างคน ๆ นี้มาก่อนเลย  ถ้าไม่เจอใครที่ดีกว่าเราก็คงต้องใช้เวลานานมั้งกว่าจะลืมคน ๆ นี้ได้

ขอบคุณบีมากมายนะที่มาบอกเราเรื่องนั้น (ไม่บอกละกันนะว่าเรื่องอะไร)  ขอบคุณจิง ๆ คับผม  แล้วก็ขอบคุณลักษ์กับป๋วยด้วยที่มาทำอาหารให้กิน  อร่อยมากมายคับ (คิดถึงคุณพี่สาวอากาเนะจัง)  ขอบคุณพี่ ๆ Team Lead ฮะที่มีอะไรก็ลากผมไปลำบากด้วย  แต่ไปกับพวกพี่แล้วเฮฮามากมายกว่าอยู่กับเพื่อน ๆ บางคน  ที่สำคัญสุดคงต้องขอบคุณไอ้ปลื้มมั้งในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดในทีมนี้  ถ้าไม่มีแกนะการมา NZ คราวนี้คงเป็น Trip ที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตว่ะ  เอาเป็นว่าแกมีอะไรบอกฉันได้นะเฟ้ย  ฝึกงานก็อย่าคิดมากทุกคนเค้ารู้ว่าแกทำได้อยู่แล้วว่ะ 

การไปนิวคราวนี้แบบว่าแอบเหนื่อยมากมายคับพี่น้อง  พอมาถึง Auckland ก็พบเลยว่าเครื่องบินที่ไป Wellington มัน Cancel  เรากับคนอื่น ๆ ก็เลยต้องต้องนอนที่ Auckland คืนนึง  แสร่ดเลยคับ  ไอ้เราก็เลยไปเดินเล่นกับพวกพี่ ๆ ที่ Queen’s Street  จะบอกว่าบรรยากาศมันได้ใจมากมายเลยคับ (ถ้าเปิดเพลงสบาย ๆ เดินไปฟังไปกับแฟนคงโรแมนติคน่าดู)  ถ้ามีกีตาร์และไอ้โอ๊ตไปด้วยคงชวนมันเล่นกีตาร์นั่งร้องเพลงแถวนั้น  อ่อ!!! แอบเห็นคุณนัตซึกับคาสึมิจังด้วย  แต่ไม่ได้เรียกอ่ะเห็นสองพี่น้องเค้ารีบ ๆ เลยปล่อยเค้าไปดีกว่า  พอกลับมาถึงก็แอบเซ็งนิดหน่อยที่ทุก ๆ คนเค้าไปรวมตัวทำนู่นทำนี่กันแต่เราถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

วันต่อมาก็ช่วยพี่สมบูรณ์ (Supervisor เราอ่า) แบกกระเป๋าขึ้นรถไปสนามบิน  วันนี้เคืองมากมาย (ไม่ได้แอบเคืองนะเพราะโกรธมาก ๆ )  เนื่องด้วยว่าเราไปเห็นคนในทีมเดินชนพี่สมบูรณ์ตอนพี่เค้าช่วยยกกระเป๋าของคนในทีมลงจากรถ  เราว่ามันเกินไปอ่ะเพราะมันเหมือนไม่เคารพพี่เค้ายังไงก็ไม่รู้  แถมที่สำคัญพอชนพี่เค้าเราก็เห็นสองสามคนนั้นไปนั่งคุยกันที่รถโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลย  แต่ว่าตอนนี้เราเฉย ๆ แล้วล่ะในเมื่อพี่เค้าไม่ได้ว่าอะไร  เราก็เลยไม่อยากจะเก็บไปคิดให้เซ็งด้วยอ่ะ

วันนี้เราไปตึกออฟฟิสครั้งแรก  บรรยากาศก็โอเคพอตัว  แล้วก็ได้คุยกับคนที่เราแอบชอบไปแหละว่าเราชอบเค้าแต่แค่ชอบเฉย ๆ คงไม่ทำอะไรมากกว่านี้ (ประมาณเป็นคนเจียมตัวเหมือน So Cool)  ที่บอกเค้าไปก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อนะ  ก็หวังว่าเค้าคงไม่ห่างหายไปละกัน  หลังจากนั้นก็ได้คุยกับ Pitcher ของเรา (คนสอนงาน)  เนื่องด้วยว่าเค้าเป็นคนเรียบร้อยมากก็เลยไม่รู้จะคุยอะไรดี  โชคดีที่จุ๊ผ่านมาก็เลยให้จุ๊ไปรับหน้าแทน  ขอบคุณมากมายคับ

จะว่าไปเพราะคน ๆ นั้นเราก็เลยได้เรียนรู้สิ่งที่พี่นัทเคยบอกมาเกี่ยวกับ ความสุขจากการได้รักใครสักคน  เราไม่รู้ว่ามันจะทำให้เรารู้สึกดีขนาดนี้  มันทำให้เราสามารถผ่านวันแย่ ๆ มาได้หลายวันละ  อยากรู้จังว่าเมื่อไหร่เราจะได้เจอใครสักคนที่ทำให้รู้สึกอย่างนี้อีกนะ

ไม่คิดว่าการได้มาทำงานเมืองนอกจะแอบลำบากขนาดนี้  ไม่ว่าจะเรื่องสายการบินมัน Cancel หรือไม่ว่าจะเรื่องที่เพื่อนในทีมบางคน Treat เราเหมือนเป็นคนนอก  หรือจะเรื่องที่ห่างไกลความเจริญและค่า Internet โหด (ประมาณว่าปล้นกูเลยดีกว่า)  แต่ว่าการได้มาที่นี่คราวนี้เค้าทำให้เราได้เห็นธาตุแท้ของคนหลาย ๆ คนมาก  และก็ได้เจอกับเพื่อนดี ๆ หลายคนเหมือนกัน  แอบประทับใจมากมายเลย...

สุดท้ายก็คงต้องบอกว่าคิดถึงพวกมึง ๆ (เพื่อน ๆ โดยเฉพาะที่ชมรม) มากมายเลยคับ  อยากให้พวกมึง ๆ มาอยู่ที่นี่กับกูว่ะ  ขาดพวกมึง ๆ แล้วเหมือนกับว่าแม่งไม่มีเข้าใจกูเลย  แค่นี้ละกัน

อาจจะไม่ได้อัพสเปซอีกนานอ่ะ  เพราะเน็ตแพงมากมายเลย  ไว้ยังไงก็เมลล์มาหาหรือเม้นไว้ให้เราละกันนะ

11月15日

Be sensitive!!!

วันนี้ตอนกลางวันไปนั่งกับพวกพี่ ๆ และเจ้านายมา  ก็เลยแอบเหงาเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะไม่กล้าแซวใครมาก  แต่ก็ได้ยินบีแอบแซวโบ๊ทว่าเด็ก ๆ เหมือนทอม  นึกภาพไม่ออกเลยแฮะ  ออกจะน่ารักขนาดนี้ (อิอิ)  แต่จะว่าไปบีกับโบ๊ทก็เหมือนกันกว่าที่เราคิดแฮะ  ดูได้จากตอนที่นั่งรถสองสาวกลับบ้านไปด้วยกัน  เราว่าสองสาวนี้มีอะไรที่สมกับเป็นฝาแฝดจิง ๆ เลย
พูดถึงสองสาวแล้วก็พูดถึงคุณปลื้มหน่อยดีกว่า  ในบรรดาเพื่อน ๆ ที่ Exxon ทั้งหมด  เราว่าปลื้มเป็นคนที่ Friendly ที่สุด (อันดับหนึ่งคู่กับไอ้พัท)  บางทีเราก็แอบอิจฉาปลื้มนะที่เข้ากับใคร ๆ ในทีมได้หมดเลย  เราเองก็อยากทำอย่างนั้นให้ได้นะ  เพราะว่าเรารู้สึกว่าการเข้ากับคนที่นี่ยากมากมายจังไม่เหมือนกับเพื่อนที่เซนต์ฯ หรือชมรม หรือที่ IBM เลย
พรุ่งนี้ต้องขับรถไปทำงานแหละ  ไม่อยากขับรถเลยเพราะรถติดมากมายนัก  แต่เนื่องด้วย Laptop ของปลื้มอยู่บนรถเราก็เลยต้องขับไปเพราะแบกไม่ไหวจิง ๆ  เป้ที่ใส่ Laptop ก็ดันเหมือนเป้เด็ก ม.ปลายมากมาย  ถ้าสะพายไปสองอันก็คง...นะ (ถ้าใส่ชุดเซนต์ฯ ไปคงเข้าอ่ะ  แต่ใส่ชุดทำงานแล้วสะพายอย่างนี้มันแอบเอ๋ออ่ะ)
ช่วงนี้เราแอบคิดมากและฟุ้งซ่านไปคนเดียว  ตามจริงก็ไม่อยากคิดมากนะ  แต่มันอดไม่ได้ซักที  ไม่ใช่ Groove Rider ที่จะได้มา "หยุด"  เพราะถ้าทำอย่างนั้นมันคงต้องบอกว่า "หยุดไม่ได้...ขาดใจ" (นี่ไปถึงไหนแล้วเนี่ย)  เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ยังคิดมากอยู่ดี
เราคงโชคดีมากมายจิง ๆ ที่ได้มาอยู่ FMCS ของ ANZ อ่ะ  ได้เจอกับเพื่อนดี ๆ หลายคน  แถมได้ทำงานกับคนที่เก่ง ๆ อย่างพี่ ๆ Team Lead  รวมทั้งได้เจ้านายดี ๆ มากมายด้วย  อยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะไปได้ไกลอย่างคุณ Robert แฮะ
เรารู้สึกว่า 80% ของคนที่เราเกลียดจะต้องมีอะไรซักอย่างที่เหมือนเรา  เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมนะ  อาจจะเป็นเพราะว่าเราคงไม่ชอบนิสัยนั้น ๆ ของตัวเองมั้ง  พอเห็นใครทำนิสัยนั้นเราก็เลยพาลไม่ชอบเค้า  ไม่ดีเลยเนอะ
เมื่อวานมีคนแอบถามเราว่าทำไมถึงต้องทำตัวให้คนเกลียดด้วย  โดยเฉพาะชอบทำตัวไม่ดีต่อหน้าคนที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วย  เราเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี  วันนี้ตอนกลับบ้านก็เลยนั่งคิดจนได้คำตอบที่คิดว่าดีที่สุดมั้ง  เราคงไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกดีกับเค้ามากเกินไปมั้ง  ประมาณว่าถ้าทำอย่างนั้นแล้วมันคงรักษาระยะห่างได้ไง  เพราะเรากลัวว่าถ้าใกล้กันมากทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม...  ว่าแต่เครียดแฮะเวลาคุยเรื่องนี้  เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
วันนี้วันเกิดน้องกิ๊ฟท์  พรุ่งนี้วันเกิดน้องแพร  วันเสาร์วันเกิดมินะ  มีแต่คนเกิดเต็มไปหมดเลย  เอาเป็นว่า Happy Birthday พร้อมกันเลยละกันนะ
เราอยากทำได้แบบคุณเพื่อนนัทนะที่มองอะไร ๆ ในแง่ดีได้ตลอดเลย  บางทีเราก็สงสัยว่านัทเคยรู้สึกแย่ ๆ บ้างรึป่าว  แต่เค้าก็เคยบอกเรานะว่าเราเป็นของเราแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว  เพราะถ้าทุกคนต่างเหมือนกันหมดก็จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป  และอะไร ๆ คงดูน่าเบื่อไปหมด
เมื่อกี๊กะจะดูเพลง Reality ของ Girly Berry แต่เผอิญอาม่าอยู่ก็เลยไม่ดูละกัน (แต่แอบเสียใจอ่ะ  เพลงนี้แอบเอ็กซ์ด้วย)  เอาเป็นว่าไปดูวันหลังละกัน
ตอนนี้เราสร้างภาพพจน์ว่าเป็นเด็กปากหมาติด Casino ต่อหน้าประชากรในทีมไปละ  แต่ก็ดีแล้วล่ะทุกคนจะได้คิดว่าเราเป็นคนไม่ดี  เพราะถ้าเป็นคนดีจะไม่มีที่อยู่ (โปเตโต้เค้าก็บอกไว้)
วันนี้มีคนใหม่มาทำงานในแผนกพัทเป็นสาวคนนึง  ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดก็ต้องไปสืบเสาะดูเองนะครับ
ตอนเย็นไปดูฮิมกินข้าวมาแหละ  แบบว่าฮิมหน้าตาดีมากมายเลย  ไม่เชื่อลองไปเจอตัวจิงละกัน...  อัพแค่นี้ละกัน  อ่อ... Blog ที่ชื่อ "เจ้าหญิงสิบสามแบบ" ที่บางคนอยากอ่านเอา link มาให้ละ http://rayncross.spaces.live.com/blog/cns!E187CD365CB0EB3D!658.entry  ลองไปอ่านละกันนะ