| วันชิว ๆ ของคนเ... 的个人资料วันชิว ๆ ของผู้ชายเชย ๆ日志列表网络 | 帮助 |
|
3月22日 เพื่อน ๆ ๆมาบ่นเรื่องเพื่อน ๆ บ้างดีกว่าเนอะ
สักพักเราก็หลับไป (ก็ทำงานตีสามนี่นา) พอตื่นมาอีกทีไม่รู้ว่าป๋าเฟย์เพี้ยนหรือคุณไมค์เมา คนนึงเล่นกีตาร์เพลง "อย่าบอกว่ารัก" แต่อีกคนร้อง "ไหนว่าจะไม่หลอกกัน" แถมเล่นจนจบเพลง ทำได้ไงเนี่ย
บีบีน่าสงสารมากเลยอ่ะ เห็นทำหน้าเครียดทุกวันเลย อยากให้บีบีมาทำงานอย่างมีความสุขจัง ยิ้ม ๆ หน่อยนะคะ ไม่อยากให้บีบีมาทำงานเหมือนมาติดคุก
จะว่าไปช่วงนี้เหมือนว่ามีเพื่อน ๆ แอบ Popular กันมากมายแฮะ โดยเฉพาะไอ้เจ ได้ข่าวว่าเมื่อวันเกิดที่ผ่านมาได้ของขวัญไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น (ได้ข่าวว่าได้จากสาว ๆ รวมแล้วสิบแปดชิ้น ได้จากพวกเราอีกเท่าไหร่ไม่รู้) ว่าง ๆ ก็มาแบ่งความ Pop ให้กูด้วยนะคับมึง
เรื่องสุดท้ายดีกว่า ตั้งแต่หมด Daylight saving ที่ NZ เราก็ไปทำงานตอนตีสาม จะบอกว่าโดนตำรวจเรียกบ่อยมากมายที่ด่าน แต่เด็ดสุดก็เมื่อวันอังคาร พี่เค้าถามว่า "น้องจะไปไหน (ทำเสียงเหน่อ ๆ ประกอบ)" ไอ้เราก็ตอบว่า "ไปทำงานครับ" สักพักแกก็ตะโกนด้วยเสียงเหน่อว่า "นี่น้องเห็นพี่เป็นตัวอะไรถึงตอบอย่างนี้" ไอ้เราก็เริ่มเครียดละ... ก็กูจะไปทำงานจิง ๆ นี่หว่า อีกอย่างผมก็ไม่ได้เห็นพี่ตำรวจเป็นตัวอย่างกระต่าย งู ม้า ช้าง กบ หรือคนขับสิบล้อ ถ้าผมเห็นพี่เป็นตัวพวกนั้นผมจะจอดคุยด้วยทำไมเนี่ย
พรุ่งนี้ลางานไปค่าย จะมีคนคิดถึงเราป่าวเนี่ย... (แต่คนที่อยากให้คิดถึงเค้าคงไม่สนใจมั้ง เฮ้อ...) 3月17日 ตัวประกอบฉาก T_Tช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงเวลาเศร้า ๆ เนอะ ไม่ว่าจะแอนที่ไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาล ไอ้เทียนที่เสียอากงไปโดยไม่มีวันกลับ (แสดงความเสียใจด้วยนะ) หรือจะเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย พอเจอเรื่องอย่างนี้แล้วเราเองก็เลยพลอยรู้สึกแย่ไปด้วยแฮะ
เมื่อวันจันทร์เนื่องด้วยเฟย์และเพื่อน ๆ อยู่ที่ VTT ไอ้เราก็เลยรีบออกจาก HRH ไป VTT แต่พอถึงที่นั่นไอ้เฟย์กับจินเล่นออกไปหาอะไรกินแล้ว ส่วนปุ๊กงานยุ่งมากจนไปไหนไม่ได้ แล้วก็น้องก้อยดันติดกินข้าวกับพวก Tresurer Credits ก็เลยมีคนไปกินข้าวแค่เรา ออย พี่เย็น (แฟนออย) แล้วก็คุณน้องสาว (สมดี) แถมไปกินแต่อาหารทะเลแอบขาดทุนมากมาย หมดตัวเลยวันนั้น T_T
สรุปว่าหยุดช่วง Easter ก็จะไปเที่ยวทะเลกันนะคับพี่น้อง แต่เอาจริง ๆ ก็คงไม่ได้เที่ยวทะเลหรอกเพราะคนเยอะมากมาย สงสัยได้เล่นไพ่นอนอยู่ในห้องมากกว่าแน่ ๆ พูดตรง ๆ นะว่าการไปทะเลคราวนี้จะหนุกป่าวก็ไม่รู้ เพราะเหมือนคนอื่นเค้า Enjoy กันเองมากมายอยู่แล้วไม่ว่าเราจะไปรึไม่ไป ก็ขอให้หนุกแค่ครึ่งนึงเท่าเวลาไปกับเพื่อนที่ชมรมละกัน
แย่จังเนอะเวลารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวแถม ที่สอง หรือตัวสำรองเนี่ย ช่วงนี้มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วทำให้รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ ไม่ว่าจะเวลาไปกินข้าว เวลาทำงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย คนในทีมทำให้เรารู้สึกอย่างนี้บ่อย ๆ จนเราเริ่มใกล้วจะชินชาละ อย่างเวลาปกติไม่คุยกับเราแต่พอมีปัญหาก็มาให้เราแก้พอแก้เสร็จก็ไม่คุยต่อ คงจะดีกว่านี้ถ้าได้อยู่กับพวกเพื่อน ๆ ที่ชมรม พวกพี่นัท พวกเฟย์ พวกเมย์เมย์ หรือทำงานกับพวก Pitchers ที่ NZ เพราะอย่างน้อย ๆ คนพวกนั้นเค้าก็ไม่ทำให้รู้สึกอย่างนี้เลยสักครั้ง
วันที่ไปงาน นกบอกว่าป๋า Andy เป็นคนส่งหนังสือพิมพ์มาก่อนจะเป็น AP FMCS Manager ฟังแล้วรู้สึกว่าทำไมแม่งเท่ห์อย่างนี้วะ ประมาณว่าถ้าเป็นกราฟก็เป็นกราฟชันขึ้น พอมานึกถึงตัวเองแล้วทำกราฟกูดิ่งลงดิ่งลงวะเนี่ย
3月9日 ว่าด้วยเพื่อนที่ออฟฟิสอีกละเหมือนช่วงนี้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนแผนกอื่นมากกว่าแผนกตัวเอง (จริง ๆ ไม่ได้ไปไหนมาไหนหรอก แค่ได้คุยกับเพื่อนแผนกอื่นมากกว่าเฉย ๆ ) หลายครั้งก็สงสัยนะว่านี่เพื่อน ๆ ในทีมแคร์เราป่าววะ เหมือนคนอื่นเค้าไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดอย่างไปกินข้าวหรือนัดกันเที่ยว โดยที่เราก็มักจะเป็นคนเดียวที่ไม่รู้หรืออย่างดีก็รู้เป็นคนสุดท้าย
เมื่อเช้า (มืด) ได้คุยกับ Claire ที่เป็น Pitcher (คนสอนงาน) ของส้มกับบีบีแหละ เค้าถามเราว่าเราชอบงานที่ทำอยู่มั้ย ก็ตอบไปแหละว่าชอบ ก็งานที่เราทำอยู่มันสนุกนี่นาถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่อย ๆ ก็ตาม (งานสนุกไม่จำเป็นต้องแปลว่างานสบายนะ) Claire ก็บอกว่าดีเพราะ Pitchers ทุกคนที่มาที่ไทยทุกคนเค้าชมเราว่าทำงานดีมากมาย เราฟังแล้วก็เลย Happy แฮะ ทำให้อยากทำงานมากขึ้นอีก เพราะพูดตรง ๆ ว่าทำงานกับคนในทีมนี้เหมือนไม่ค่อยมีใครยอมรับในฝีมือเท่าไหร่เลย (โดยเฉพาะคนไทย) แต่พอ Claire บอกอย่างนี้ก็เลยรู้สึกดีแฮะ ยิ่งตอนที่รู้ว่า Ilona เค้ายอมรับฝีมือเรานี่เราโคตรดีใจเลยเพราะพูดตรง ๆ ว่า Ilona เค้าดูไม่ค่อยเชื่อมือคนไทยเท่าไหร่ในตอนแรก ๆ แต่เค้ากลับชมเราให้คน NZ (และ AUS บางคน) ฟัง รู้สึกดีจริง ๆ แฮะ
พูดถึงไอ้ Project ที่ว่านี้ เราเลยต้องแบกงานมาทำที่บ้านเลย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่นะเพราะอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเล่น MSN กับส้ม อีกอย่างถ้าทำ Project นี้สำเร็จทุกคนก็คงยอมรับในตัวเราและฝีมือเรามากกว่านี้ (ทุกคนที่ว่าไม่นับคนไทยในทีมนะ ทุกคนที่ว่า = I&W Aus, I&W pricing Singapore, Retail pricing แล้วก็ Retail Aus)
พูดเรื่องเพื่อนที่แผนกอื่น ๆ บ้างดีกว่า ในที่สุดไอ้เฟย์ก็ต้องไปสอนงานคนอื่นก่อนย้ายไปเป็น Teamlead ละ ได้ข่าวว่าคนที่มาแทนคุณเฟย์แอบน่ารักด้วย (แต่ได้ข่าวว่าแฟนมึงจะแดกมึงแล้วนี่) แล้วก็เดือนหน้าได้ข่าวว่าน้องทิพย์จะได้เงินเดือนขึ้นแล้วนี่ อย่าลืมเลี้ยงข้าวพี่ด้วยล่ะ
อีกสองสัปดาห์ไปค่ายแล้ว เย้!!! 3月3日 ว่าด้วยที่ออฟฟิสในที่สุดน้องใหม่ในแผนกเราก็คือน้องดรีมรุ่นน้องที่ IBM นี่เอง แอบ Surprise มากมายเลยแฮะ แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะได้คนอื่นมาคงแอบเครียด น้องดรีมสู้ ๆ อยู่ทำงานด้วยกันนาน ๆ นะ
น้องจอยอีกคนนึง ได้ข่าวว่า Exxon เรียกสัมภาษณ์แล้ว ขอให้โชคดีนะคะ
มีคนบอกว่างานเราสบายสุดในแผนกละ ฟังแล้วก็นึกในใจว่าลองมาทำสิฟะแล้วจะรู้ว่าไม่สบาย ยิ่งตอนมานั่งแก้ Macros โง่ ๆ เนี่ยโคตรเครียดเลย เราว่าการกลับบ้านตรงเวลาไม่ได้บอกว่างานหนักหรือเบาซักหน่อย
จะหมดช่วง Daylight Saving ที่ AUS กับ NZ แล้ว แต่เรายังไม่รู้ว่าต้องมาทำงานตีสองหรือตีสาม ขอมาตีสามเหอะ ตอนนี้กำลังเหนื่อยได้ใจมาก (สาว ๆ ที่ Aviation ยังมาทำกันหกโมงเลยหลัง Daylight Saving) สงสัยต้องไปตื้อถาม Manager เราดูซะหน่อยละ
2月24日 อยากเป็นแฟนกับเทวดา จะได้ไปเป็นนางฟ้าใช่มั้ย จะบอกตัวเองว่าเธอสูงซะเกินใคร อย่างเรามันไม่คู่ควรสรุปว่าปีนี้ก็ได้แต๊ะเอียมากกว่าที่ตัวเองต้องให้ไป ก็ถือว่าโอเคละนะ แต่ปีหน้านี่ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง ไม่รู้จะเข้าข่ายขาดทุนด้วยรึป่าว
เอาเรื่องชิว ๆ บ้างดีกว่า ช่วงนี้รู้สึกว่า Happy กับเพื่อน ๆ ที่ทำงานมากขึ้นนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรือเพราะช่วงนี้มีเวลาไปเล่นกับไอ้ปลื้มมากขึ้น นั่งคุยกับน้องทิพย์ ส้ม และโบ๊ทบ่อยขึ้น หรือปุ๊กรับสายเราทุกครั้ง ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรมันทำให้เรามีความสุขกับการมาทำงานที่นี่ (อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่อง Teamlead โยนงานมาให้ทำ)
ตอนนี้เหมือนจะทำใจได้เยอะละ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ซักที คงเข้าเคสเดียวกับไอ้ปลื้มละ "ก็รู้ว่าควรตัดใจ แต่ทำได้หรือไม่ได้มันอีกเรื่องนึง" แต่ตอนนี้ไอ้ปลื้มก็พยายามตัดแล้วนี่นา เราก็คงต้องทำให้ได้
ได้ข่าวว่าเพื่อนคนนึงกำลังจะเลื่อนตำแหน่งได้เป็น Teamlead ละ ดีใจด้วยมากมายนะ ถ้าต้องการคนอย่าลืมเอาเราไปด้วยละกัน เพราะเราเชื่อว่าเธอคงเป็น Teamlead ที่ดีแน่นอน (ไม่งั้นใคร ๆ คงไม่รักเธอมากมายขนาดนี้ จริงป่ะ)
2月18日 เปลี่ยนไปรักคนที่รักฉัน เปลี่ยนไปรักคนที่ห่วงใย ให้ใจไม่เจ็บ ใจไม่ปวด ไม่ต้องมีน้ำตา...Valentine ปีนี้ก็เหมือนเช่นเคยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ก็แค่ไปกินข้าวกับป๋วยป๋วยแล้วก็กลับบ้านนอน ก็ Happy อยู่บ้างละนะแต่คงมีความสุขกว่านี้ถ้าได้ไปกินข้าวกับใครอีกคน (แต่ใครอีกคนที่ว่าเค้าก็คงมีความสุขกับคนของเค้าละมั้ง)
ยังไงก็ตามนะ เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะตัดใจจากคน ๆ นั้นให้ได้ (ถึงแม้จะมีคนบอกให้บอกเค้าไปเลยตรง ๆ ก็ตาม) ไม่ใช่ว่าเค้าจะทำอะไรให้เราไม่สบายใจหรอกนะ จริง ๆ ต้องบอกว่าเค้าทำให้เรามีความสุขมากมายนะ ทำให้เราอยากตื่นแต่เช้า (มืด) มาทำงานด้วยซ้ำ แต่ว่าเรากลัวที่จะเป็นเหมือนไอ้ปลื้มพูดถึงตัวเอง "ก็รู้ว่าควรตัดใจ แต่จะทำได้มั้ยมันอีกเรื่องนึง"
ตรุษจีนปีนี้บ้างดีกว่า ตรุษจีนปีนี้เป็นปีแรกที่เราให้ตังค์คนอื่นเนื่องด้วยว่าเรามีรายได้เป็นตัวเป็นตนแล้ว (พูดอย่างกับมีแฟนเป็นตัวเป็นตนซะงั้น) แถมดูเหมือนว่าปีนี้เราจะได้เท่าทุน หรืออาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ คงต้องรอผลเย็นนี้ก่อนถึงจะบอกได้มั้ง (อย่างกับรอผลเลือกตั้งอะไรซักอย่างเลยแฮะ)
ได้ข่าวว่างานแจกรางวัลเรียนดีครั้งก่อนไอ้แพนก็หลับไม่ตื่น เกือบไม่ได้ไปรับรางวัล (ถ้ามึงไม่ไปรับนี่เกิดแน่นอนเพราะได้ข่าวว่ามึงเป็นคนเอเชียคนเดียวที่ได้รางวัลด้วย) คราวนี้ก็ตื่นไปกินข้าวเช้าแล้วรับรางวัลด้วยนะ
พรุ่งนี้ (หรือคืนนี้ก็ได้) คงต้องไปทำงานตีสองคนเดียวซะแล้วเพราะสาว ๆ เค้าไปทำตีสี่กันหมด แย่จังเลยเนอะ อย่างนี้อีกไม่นานคงชินกับการอยู่คนเดียว... 2月11日 ตั้งแต่ที่ฉันมีเธอ ก็รู้ว่าความต้องการหมดแล้วไม่มี ไม่ต้องทะเยอทะยานแค่นี้ก็สุข ทุกวันแค่มีเธอ ฉันยังไงก็เพียงพอ ^^จะ Valentine ซะแล้ว แต่ปีนี้ก็คงเหมือนเดิมเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เราก็คงทำตัวเหมือนเป็นวันปกติอีกวันนึง ก็มันไม่มีใครเป็นคนพิเศษนี่นาจะให้ทำอะไรพิเศษทำไม อีกอย่างจะมอบความรักให้ใครสักคนก็ไม่จำเป็นต้องเป็น Valentine ซะหน่อยเนอะ
ตอนนี้ชอบเพลง "รักเธอ" ของโต๋ กับเพลง "เพียงพอ" ของโปเตโต้มาก ๆ เลย เราว่าเพลงรักเธอมันน่ารักดีแฮะ ประมาณว่าใครฟังคงหวั่นไหวยกใจให้แน่นอน (แต่ถ้าให้คน ๆ นั้นเค้าอาจจะไม่สนใจซักเท่าไหร่ก็ได้ T_T) ส่วนเพลงเพียงพอเนี่ยเราฟังครั้งแรกแล้วชอบมากมายอ่ะ ทั้งความหมายทั้งทำนองทำมาได้ใจมากอ่ะ ฟังแล้วอยากบอกคน ๆ นึงว่าเค้าทำให้เรารู้สึกเพียงพอไม่อยากไปแก่งแย่งชิงดีแข่งกับใคร (คนที่ว่านี่เป็นแค่เพื่อนนะ ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น) อยากให้เค้ารู้ว่าการที่มีเพื่อนอย่างเค้าทำให้มีความสุขมากมายเลย
เด๋วกะว่าจะไปนอนแล้ว เพราะคืนนี้ต้องตื่นไปทำงานตอนตีสอง เข้าสู่โหมดพนักงานเงินเดือนแล้วเหนื่อยดีแฮะแต่ก็ดีได้เห็นความลำบากของป๊าม๊าด้วย ที่สำคัญทำให้เรารู้ว่าเรายังมีความสามารถมากกว่าที่ตัวเองคิด นอกจากนี้ยังได้ Cinderella จอมซนมาเป็นเพื่อนด้วย
ของขวัญ Valentine ที่เพื่อนคนนึงซื้อให้แฟนมัน (ไม่บอกนะว่าใคร) ได้ใจมากมายอ่า ไม่คิดว่าจะไปซื้อของชิ้นนั้นจริง ๆ ถ้าเป็นแฟนมันนี่คงแต่งงานกับมันเลยพอมันให้ของ
เมื่อวานมีคน ๆ นึงโทรมาเศร้าให้ฟังแหละว่าเหมือนตัวเองถูกทอดทิ้ง เราเองเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะเพราะเราเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกันตอนที่เค้ากับคนอื่น ๆ ไปไหนไม่ยอมบอกกล่าว ทิ้งเราให้เหงา ๆ คนเดียวใน Wellington แต่ว่าเราก็ไม่ได้โกรธเค้านะที่เค้าทำอย่างนั้น แถมตอนนี้พอรู้ว่าเค้ารู้สึกแบบเดียวกันมันยิ่งสงสารเค้าอ่ะ เพราะเราไม่อยากให้ใครรู้สึกอย่างนั้นเลย เวลาถูกคนอื่นทิ้งไว้ข้างหลังมันเจ็บปวดจะตาย
เด๋วไปนอนละดีกว่า Nite Nite คับ 2月7日 ทำงานตีสองกันเถอะ!!!ในที่สุดชีวิตของการทำงานตีสองก็เริ่มขึ้น วันแรกก็เผลอไปถึงเป็นคนแรกซะแล้ว ไปถึงก็พบว่าแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นเลย แรก ๆ เหมือนจะง่วงแต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วชิวมากมาย
วันนี้รับปากไปแล้วว่าจะไปรับพวก Pitchers (Claire, Maggey แล้วก็ Delwyn) ที่สิริสาธร จะว่าไปยังหาตึกไม่เจอเลยแล้วจะรับถูกป่าวฟะเนี่ย
วันนี้เป็นวันเกิดคนสำคัญคนนึงแหละ แต่ก็โทรไป Happy Birthday เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านี้ บางทีการได้คุยกับความทรงจำของตัวเองก็มีความสุขดีแฮะ ไว้ว่าง ๆ จะไปกินข้าวกับความทรงจำดีกว่า
บางทีเราก็สงสัยนะว่าทำไมป๋วยกับจุ๊ถึงใจร้ายกับเรามากมาย แต่บางทีสองคนนี้ก็ดีกับเรามากมาย เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราเองก็โกรธสองคนนี้ไม่ลงเวลาที่เค้าทำให้เรารู้สึกไม่ดี
2月3日 กลับสู่วันชิว ๆ ที่แสนมีความสุขในที่สุดก็ได้กลับไทยซักทีนึง รักชีวิตตอนอยู่เมืองไทยมากมายเลยแฮะ ถึงจะมีหลาย ๆ คนบอกว่าชีวิตที่ Wellington ออกจะมีความสุขไม่ต้องลำบากอะไร (ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะ) แต่การที่อยู่กับคนอื่นที่ทำให้เราไม่มีความสุขก็ไม่ไหวอ่ะ คงเหมือนที่ไอ้โอ๊ตพูดตอนวันถ่ายรูปรับปริญญามั้ง "ไม่ว่าสถานที่จะเป็นยังไง แต่ความทรงจำดี ๆ มันจะเกิดเพราะมีเพื่อนดี ๆ ไม่ใช่เพราะสถานที่" เพื่อน ๆ ที่ Wellington ส่วนใหญ่ก็เป็นคนดีนะ เพียงแต่ว่าคนที่ทำให้เรามีความสุขได้ตลอดก็มีแค่นัทกับลักษ์สองคน เราก็เลยคิดว่าอยู่ BKK ดีที่สุดแล้วเพราะมีแต่เพื่อนดี ๆ อยู่ที่นี่
เราก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไปหลงรักเพื่อนคนนึงได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นอาจจะไม่เคยคิดว่าเราเป็นเพื่อนด้วยซ้ำไป เค้าไม่มีอะไรเหมือนคนในฝันอย่างนัทเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากอยู่ใกล้ ๆ กับคน ๆ นั้นตลอดเวลา ทั้งที่เค้ามีอะไรหลายอย่างที่เราคงรับไม่ได้ถ้าคนอื่นทำ แต่เวลาเห็นเค้าทำเรากลับคิดว่าน่ารักดี (นี่เราอาการหนักไปป่าวเนี่ย)
ขอบคุณไอ้ปลื้มมาก ๆ ที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ขอโทษที่แอบหนีไปเดินโดยไม่เคยชวนแก ประมาณว่าไม่ชอบเดินกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เหมือนแก โทษทีนะถ้า take care แกไม่ดีเท่าคนอื่น
แล้วก็อยากขอบคุณอีกหลายคนจริง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกับเรา ไม่ว่าจะพี่ก้อง (Treasurer) ที่ช่วยแบกเราตอนเราเมา Vodka (ไม่งั้นส้มกับนัทคงตายเพราะแบกเราอยู่สองคน) โอ๊ตกับเมลล์ที่ให้กำลังใจเรา ไอ้เทียนและน้อง ๆ ที่ชมรมที่คอยเป็นห่วงตลอด แล้วก็ปุ๊ก (ROSC) ที่ยิ้มให้กันตลอดเวลา
1月15日 ขออยู่คนเดียวตอนนี้ก็รู้สึกดีกับเพื่อน ๆ ที่นี่มากขึ้น แต่ว่าก็มีเรื่องเซ็งเรื่องอื่นเข้ามาแทน แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อช่วงที่กลับมาใหม่ ๆ มากมาย
เฮ้อ...เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาปุ๊กก็กลับไทยแล้วแหละ อย่างนี้จะเหลือเพื่อนอยู่ที่นี่กันกี่คนเนี่ย เหงามากมายเจง ๆ
พูดถึงเรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่ก้อง ส้ม และ Cinderella มากมายที่แบกเราขึ้นมาถึงห้องได้ โดยเฉพาะ Cinderella ตัวเท่าลูกเป็ดแต่ต้องแบกเราขึ้นมาเนี่ย...
เมื่อวานเนื่องด้วยไม่มีอะไรทำเลยให้เปิ้ลดูไพ่ให้ แบบว่าแอบตรงพอตัวเลยอ่ะ แต่ส่วนใหญ่ไพ่ที่เปิดมาออกมาแนวแอบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็นะ...ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นา
ตอนนี้เป็นไรไม่รู้คิดถึงไอ้เพื่อนเฟย์กับคุณนัตสึมากมาย อยากทะเลาะกับพวกมันจัง ว่าแต่เพื่อนเทียนสอบเป็นไงบอกกันด้วย
1月6日 วันเหงา ๆ ที่ Wellington ภาคสองกลับมา Wellington คราวนี้ก็ยังเหมือนเดิมแฮะ ยังเงียบเหงาแล้วก็เดียวดายเหมือนเดิม ต่างจากตอนกลับเมืองไทยลิบลับเลย เพื่อน ๆ ที่ไทยยังถามเลยว่าเป็นไปได้ไงที่เราเซ็งตอนอยู่ที่ Wellington ไอ้เราก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันไม่ Happy เหมือนตอนอยู่ไทย
มีคนเค้าอยากรู้ว่าทำไมถึงเรียกเป็ดน้อยว่าซินเดอเรลล่า เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันก่อนเรา เป็ดน้อย แล้วก็ป๋วยป๋วยไปเอาแว่นของป๋วยป๋วยที่ตัดไว้ พอไปเอาเสร็จก็รีบกลับ ด้วยความรีบหรือด้วยความเข้าใจผิดว่าสี่โมงเย็นคือเที่ยงคืน เป็ดน้อยก็รีบเดินแล้วทำรองเท้าหลุด เราก็เลยเรียกเป็ดน้อยว่าซินเดอเรลล่า
เนื่องด้วยว่าเมื่อวานมีประชากรบางคนเครียดงานแล้วมาลงที่เรา เราเลยแอบเซ็งไม่ไปกินข้าวกลางวัน ปรากฎว่า Claire (คนสอนงานของบีกับส้ม) เค้ารู้เข้าเลยไปบอก Rahael (คนสอนงานเรา) Rahael ก็เลยบังคับเราไปเดินเล่นกับเค้า พร้อมกับบอกว่า Workaholic (บ้างาน) แย่กว่า Alcoholic (ขี้เหล้า) ยังไง เพราะเค้านึกว่าเราบ้างานเลยไม่ยอมกินข้าว ไอ้เราก็ไม่รู้จะบอกว่ายังไงดีว่าที่ไม่ไปกินข้าวเพราะเซ็งเพื่อนร่วมทีม เราเลยเออออไปกับสิ่งที่ Rahael พูด แต่ว่านะเพราะเรื่องนี้เราเลยรู้สึกว่าพวกคนสอนงานเราแคร์เรามากกว่าเพื่อนในทีมเราซะอีก
พอกลับมาถึงห้อง น้องลักษ์สุดสวยก็เรียกมาดู Beauty and the Geeks เป็นรายการ Reality ที่เอาสาวสวยมาจับคู่กับพวก Nerd ดูแล้วก็ขำดี มีคำถามเฮฮาปาจิงโกะมากมาย เค้าจะคำถามให้ตอบเป็นคู่ ๆ ถ้าผู้ชายเป็นคนตอบเค้าก็จะถามเกี่ยวกับเรื่องดาราหรือเรื่องบันเทิง ถ้าสาวสวยตอบเค้าก็จะถามเกี่ยวกับเรื่องวิชาการหรืองานช่าง ดูไปก็นั่งขำกับน้องลักษ์สองคน พอดูจบก็ดูอีกรายการแทนแต่ด้วยว่าวันนี้เซ็ง ๆ บวกกับงานเยอะก็เลยเพลียหลับไป น้องลักษ์แกก็เลยเอาผ้ามาห่มให้ เรารู้สึกว่าอุ่น ๆ เลยตื่นมาเห็นเค้าห่มผ้าให้เรา แอบประทับใจน้องลักษ์มากมายเลย
ไม่ได้คุยกับน้องนิ้ง (สาวน้อยจาก Melbourne) มาพักใหญ่ ๆ ละ แอบคิดถึงมากมายแฮะ ใครเจอน้องนิ้งก็บอกกันด้วย ประมาณว่า “ถ้ามีเวลาโทรมาหากันหน่อย อย่าปล่อยให้ฉันคอยเธออยู่อย่างนี้ ไม่ได้เติมเงินโชว์เบอร์มาก็ยังดี แล้วฉันคนนี้จะโทรไปหาเธอเอง”
สุดท้ายละ ไม่เคยเหนื่อยกับการทำงาน แต่แค่เหนื่อยกับคนที่ร่วมทำงานด้วยเท่านั้นเอง... 12月28日 วันแห่งการอกหักสงสัยว่าช่วงนี้อกหักกำลังเป็น Trend ใหม่ป่าวเนี่ย เห็นประชากรหมู่เพื่อนอกหักกันถ้วนหน้า เมื่อวานก็มีคนมานั่งเศร้าให้เห็นถึงสามคน อะไรเนี่ย!!!
แล้วก็เมื่อวานป๋วยป๋วย (เพื่อนที่ Exxon) บอกว่าจะมาหาที่เอแบคบางนา ปรากฎว่าป๋วยก็กลายเป็น Big Ass ไปอีกคนกลายเป็น "คนหลงทาง" ขับอีท่าไหนไม่รู้ไปถึงชลบุรี ประมาณว่าเป็นนางเอก MV ขับรถไปเที่ยวทะเลคนเดียวซะงั้น
เนื่องด้วยว่าทำงานอยู่นิวซีแลนด์เลยยังไม่ได้ดู "เก๋า เก๋า" เมื่อวานก็เลยหาคนไปดูได้หลายคน แต่ปรากฎว่ามันออก SF ไปละ น้อง ๆ ที่ชวนมาก็เลยชิ่งไปดู Major ที่หัวหมากแทน ไอ้เราก็เลยอดดูเหมือนเดิม เซ็งเลยเนี่ย
หนึ่งสัปดาห์ที่กลับไทยเนี่ยมีความสุขมากมายเจง ๆ ถ้ากลับนิวซีแลนด์คราวนี้จะมีความสุขอย่างนี้ป่าวเนี่ย อยากให้เพื่อน ๆ ที่ทำงานดีกับเราอย่างเพื่อนที่นี่บ้างจัง
วันก่อนดู Hell Kitchen กับคุณน้องชายที่เคารพรัก นั่งหัวเราะกันมากมาย ถ้าใครอยากรู้ว่าจะด่าฝรั่งให้เจ็บยังไงแนะนำให้ดูรายการนี้เลย เพราะ Chef แม่งด่าได้ใจเจง ๆ (ประมาณว่าเข้าสเป็คผู้ชายในอุดมคติของเป็ดน้อยเลย - ดิบและเถื่อน)
ช่วงนี้อยากถามใครสักคนเล็กน้อยถึงปานกลางว่าเราเป็นเพื่อน เพื่อนสนิท เพื่อนรัก หรือกิ๊กกันเนี่ย ถ้าไม่อยากให้หวั่นไหวก็อย่าทำแบบเมื่อวานอีกนะคะ ไม่อยากเป็น "เพื่อนรัก รักเพื่อน" ไม่งั้นสุดท้ายจะด้วยการเป็น "คนรักคนที่สอง"
วันก่อนไปทำ Work Permit ที่จะกลับ NZ วันอาทิตย์นี้ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะพูดดีกว่าคนที่อยู่สุวรรณภูมิมากมาย คนที่อยู่ในสุวรรณภูมิแมร่งพูดได้เหียกมากมายเลย แต่คนที่มหาดไทยค่อนข้างพูดดีเชียว แถมทำให้เร็วมาก ๆ ด้วยแค่ 10 นาทีกว่า ๆ ก็เสร็จ (แต่จะเร็วกว่านี้ถ้าคนเซ็นต์ไม่หนีเข้าส้วมไปซะก่อน)
12月24日 กลับไทยหนึ่งสัปดาห์ในที่สุดก็ได้กลับประเทศไทยซักทีหลังจากไปตรากตรำอยู่นิวซีแลนด์มาเดือนกว่า ๆ เมื่อวานก็น่าเบื่อพอควรตอนรอขึ้นเครื่องที่ Auckland เนื่องด้วยว่าเพื่อนที่คุยกับเราดันไปกินข้าวกันหมด ก็เลยเหลือเรานั่งอยู่กับคนที่ไม่สนิท แต่ก็ยังดีที่ตอนท้ายเป็ดน้อยมานั่งเล่นด้วยไม่งั้นคงเหมือนอยู่ค่ายกักกันแน่เลย พอขึ้นเครื่องก็มานั่งกับพี่โรส คราวนี้แอบนอนไม่หลับอย่างแรงเพราะพี่เค้าไม่ยอมปิดหน้าต่าง จะให้บอกให้พี่เค้าปิดก็ไม่กล้า สุดท้ายก็เลยนอนไม่เต็มอิ่มอีก
กลับมาถึงก็ไปเดินซื้อของกับเป็ดน้อย ออกมาจาก Immigration เป็นสามคนสุดท้าย แต่ว่าพอไปเอากระเป๋าก็พบว่าทุกคนยังไม่ได้ออกไปเลย (นอกจากพี่ทั้งสอง) เราก็เลยออกไปพร้อมป๋วยและสองแฝด ก่อนออกก็ถูกป๋วยหยอดเล็กน้อยว่าถ้าเราเจอพ่อกับแม่แล้วบอกด้วย จะไปหวัดดีพ่อแม่สามี เจอมุขนี้ทีตอบไม่ถูกเลย ถ้าเล่นกับเราคนเดียวหรือหม่าม๊าก็โอเคอ่ะ แต่ถ้าเล่นกับป๊านี่ขำไม่ออก สุดท้ายป๋วยก็หวัดดีแต่ไม่กล้าเล่น (ถ้าเล่นนี่รับรองเกิดแน่นอน)
ช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนกลับไทยเนี่ยเหมือนได้อะไรมากมายจิง ๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องเพื่อนเลย เรื่องงานเนี่ยเราได้เรียนอะไรมากมายที่สุดก็ตอนก่อนกลับนี่แหละ ทำให้โคตรรักงานนี้มากมายเลย ส่วนเรื่องเพื่อนนี่ก็ไม่แพ้กัน ได้เห็นธาตุแท้ของคนหลายคนมากมายเลยแฮะไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม
สำหรับเรื่องที่ทำให้เซ็งเรื่องเพื่อนก็มีทั้งเรื่องโดนแทงข้างหลัง (Manager ของทั้งทางเรากับทั้งทางนิวซีแลนด์เรียกเราเข้าไปคุยเรื่องนี้ 1 by 1 เลยด้วย เซ็งมั้ยล่ะ) ทั้งที่โดนนินทาจากเพื่อนที่อยู่คนละทีม (ไม่ใช่ทีม CM และ Pricing) แถมยังโดนรุ่นพี่เล่นนอกรอบไปด่าเราให้ Pitchers (คนสอนงาน) ฟังแถมด่าในเรื่องที่จริงและไม่จริงด้วย สุดท้ายเลยก็ยังมีคนทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนหลอกใช้ด้วย ประมาณว่าพอมีอะไรก็มาทำเป็นดี พอหมดเรื่องก็ทำเหมือนเราเป็นอากาศ (สรุปเลยเป็นพี่ป้าง ไม่ก็ Bodyslam ชุดแรกซะงั้น)
ตอนนี้ทำใจเรื่องคน ๆ นั้นได้แล้วล่ะ ขอบคุณมึงนะไอ้ปลื้ม ป๋วยป๋วย และน้องลักษ์ที่มาฟังเราบ่นจนทำใจได้ แล้วก็ขอบคุณคนอีกคนด้วยที่มาทำเหมือนจะมาปลอบแล้วสุดท้ายก็มาหลอกใช้เรานะ คงต้องเปิด "ขอบใจจริง ๆ " ของ Y not 7 ฟังป่าวเนี่ย
12月19日 กลับไทยฉลอง Christmasในที่สุดก็ได้กลับไทยแล้วเสาร์นี้ แต่ว่าก็คงไม่ได้ทำอะไรมากเนื่องจากว่ากลับมาแค่หนึ่งสัปดาห์แล้วกลับไปทำงานต่อ แถมกลับมาช่วง Midterm ของ ABAC ด้วยคงไม่ได้เจอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์แน่นอน T_T
เสาร์ที่แล้วเป็ดน้อยหนีไปเที่ยวก็เลยเหงาบ้างเล็กน้อย แต่โชคดีที่ป๋วยกับน้องลักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนก็เลยหายเหงาไปพอควร แต่ถ้าพูดตรง ๆ เราก็ยังเซ็ง ๆ อยู่บ้างล่ะนะ แต่ก็ไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น (แต่แอบงอนที่พี่อัลมอนด์กับเป็ดน้อยไปเที่ยวไม่ยอมชวน)
ตอนนี้มีแต่คนว่าเราบ้างานทั้งนั้นเลย จริง ๆ เราว่าเราไม่ได้บ้างานหรอก เพียงแต่ว่าทำงานแล้วมันมีความสุขกว่าการต้องอยู่กับบางคนในทีม เราก็เลยค่อนข้างอยากมาทำงานก็เท่านั้นเอง ^^
วันก่อนไปกินอาหารโมร็อคโคในร้านชื่อ "ฮาเร็ม" มา (ชื่อนี่ส่ออย่างแรง) จะบอกว่าอาหารอร่อยสมราคาเจง ๆ พี่สมบูรณ์ (Manager) กระเป๋าเกือบฉีกเลยเพราะร้านนี้ไม่รับบัตร American Express รับแต่เงินสด วันนั้นไปกินกันห้าคนก็หมดไปประมาณ $170 เหรียญได้ คนที่ไปกินวันนั้นก็มีป๋วย ลักษ์ พี่เก๋ (Manager ของ Treasurer Credits) พี่สมบูรณ์ แล้วก็เรา ไปกินก็ชิว ๆ สลับกับเครียดเป็นช่วง ๆ (เพราะคุยเรื่อง Audit ด้วยแหละ =_=) สรุปก็คือป๋วยเค้าอยากมากินอีกรอบ
ตอนนี้เหมือนเรื่องงานกำลังรุ่ง แต่เรื่องความรักนี่คงตกต่ำถึงขีดสุด เพราะคน ๆ นั้นเค้าทำเหมือนไม่อยากพูดกับเรามากขึ้นทุกที แต่ก็ช่างเหอะ...ขอบคุณน้องแพรนะที่มาเม้นให้กำลังใจวันก่อน ทำให้สบายใจขึ้นบ้างพอตัว
จะบอกว่าคนที่เราชอบไม่ใช่เป็ดน้อยแหละ เห็นมีคนเข้าใจผิดเยอะมากมาย (คนสอนงานที่นี่ก็เข้าใจว่าเราเป็นแฟนกับเป็ดดำ อะไรกันเนี่ย!!!) เอาเป็นว่าคนที่เราชอบเป็นอีกคนนึงละกัน
ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่เป็ดน้อยจะออกมาเนี่ย ง่วงแล้วอ่ะ 12月15日 อยู่อย่างเหงา ๆเสาร์หน้าก็กลับไทยซะทีหลังจากมาตรากตรำทำงานอยู่นิวซีแลนด์ กลับไปก็ไม่ค่อยจะดีใจซักเท่าไหร่ เพราะเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เอแบคเข้าสู่ช่วงสอบคงไม่มีใครว่างมานั่งเล่นกับเรา คิดแล้วก็แอบเบื่อเลยแฮะ
ช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นแหละ คงเป็นการแลกงานบางส่วนกับพี่ Teamlead ตอนแรกก็เซ็งอ่ะเพราะงานเราหนุกกว่า (หนุกกว่ามากมายด้วย) แต่ว่าพอทำแล้วก็ได้อะไรใหม่ ๆ มาเหมือนกัน เพราะ Rahael เค้าจะสอนงานเราประมาณว่าให้เราเข้าใจก่อนทำ แต่ว่าเราคงเป็นนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องมั้งเพราะไม่ค่อยเข้าใจที่เค้าสอน ประมาณว่าชอบแบบ Jason ที่สอนโดยการปล่อยไปลุยเลยมากกว่า
ตั้งแต่ทำงานมา เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองรักงานนี้มาก ๆ ก็ตอนที่ต้องแลกงานบางส่วนกับพี่ Teamlead นี่แหละ คงเพราะความสุขอันเดียวตั้งแต่มาเทรนที่ Wellington ก็คงเป็นงานนี้ด้วยแหละมั้ง ตอนนี้ก็เลยตั้งใจว่าจะทำงานเราให้ดีที่สุด เพราะเราไม่อยากจะเสียความสุขเดียวที่มีอยู่ที่นี่ไปละ
ใครผ่านห้องเราตอนเช้าคงรู้เลยว่าเราหรือพี่มิงตื่นก่อน ถ้าเราตื่นก่อนก็จะได้เสียงเพลงประมาณ Big Ass หรือไม่ก็แนวหลอกเด็กม.ต้น (อย่าง Dan-Beam) แต่ถ้าเป็นพี่มิงแกก็จะเล่นเปิด Eminem แต่เช้า แถมพี่แกเปิดดังประมาณว่าถ้าอยู่ห้องข้างก็ได้ยิน (เพราะพี่แกชอบไปกินข้าวอยู่ห้องน้องลักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ )
จะมีงาน Christmas ที่เอแบควันอาทิตย์หน้า แต่อดไปอ่ะปีนี้ โคตรเศร้าเลย อย่างนี้ก็อดถือโข่งยืนแซวประชาชนอยู่หน้าซุ้มน่ะสิ T_T
วันนี้เป็นวันแรกที่คนในออฟฟิสแต่งตัวกันชิวมาก (ชิวแบบไม่เคยเห็นมาก่อน) แต่ก็ดีเห็นแล้วรู้สึกเหมือนมาเดินเล่น ไม่ได้ไปทำงาน (ถึงงานวันนี้จะเยอะไม่เหมือนกับบรรยากาศในออฟฟิสก็เหอะ)
กลับไทยได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็ต้องกลับมาทำงานที่นิวซีแลนด์อีกละ ขึ้นเครื่องเหนื่อยอีกแล้ว (เพราะเป็นเครื่องการบินไทยนี่แหละถึงเหนื่อย) ขี้เกียจไปทะเลาะกับแอร์ฯเฟ้ย ขนาดแอร์ฯชั้น Business แม่งยังแบ่งชนชั้นคนใช้บริการ Business Class ด้วยไม่ใช่แค่ Economy ไม่เชื่อลองนั่ง Business Class การบินไทยดู
เบื่อกับการต้องอยู่เหงา ๆ ลำพังจัง 12月11日 ฉันเป็นคนโง่เหนือใคร ๆวันนี้ก็มาอัพสเปซฆ่าเวลาละกัน ช่วงนี้อ่านสเปซตัวเองแล้วก็แอบมานั่งเซ็งเอง ประหลาดคนจังเลยแฮะเราเนี่ย
ตอนนี้เหมือนกับทำใจเรื่องนั้นได้แล้วล่ะ แต่กลายเป็นว่าเราเพิ่งรู้ตัวว่าคนที่เค้าดีกับเราที่สุดกำลังจะจากเราไป ทั้งที่รู้อย่างนั้นแท้ ๆ แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ทำได้แค่โทษตัวเองว่าไม่สามารถรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดใกล้ตัวได้ แย่จังเลยเนอะ
พี่ผึ้งที่ทำ Budget ให้กับ PSC ของ New Zealand โคตรเก่งแสร่ดอ่ะ จบจาก U of Melbourne อ่ะ มหาลัยที่เข้ายากที่สุดในออสเลยนะเฟ้ย เห็นแล้วอึ้งมากมาย น่ารักบวกฉลาด โคตรเท่ห์เลยอ่ะ
วันก่อนไปงานเลี้ยงของบริษัทมา ฮามากมายคับ มีเอาเพลงมาแปลงได้ขำมาก (แต่ถ้าใครไม่ได้ทำงานที่นี่คงไม่ขำอ่ะ) แขวะกันอย่างได้ใจ ที่สำคัญได้เห็น Brandon เมา (คนเมามากมายเลย) เราเองก็เกือบไป (ล่อแชมเปญไปแปดแก้ว ไวน์แดงหนึ่งแก้ว แล้วก็ไวน์ขาวอีกหนึ่ง) แต่สาว ๆ นี่คอแข็งมากมาย ทีมเราไม่มีใครเมาเลย (แต่พี่ ๆ นี่ไม่นับนะ) แต่เราว่าพี่พุทกับ Lindsay เมาแล้วแอบน่ารักแฮะ (ประมาณว่าเข้ากับเพลง "ลำยอง" ของ Buddha Bless เลย)
ทำงานก็หนุกนะ แต่พอเลิกงานแล้วเซ็ง ๆ แฮะวันนี้ ได้ Feel ประมาณพระเอก MV เลย (เมื่อคืนไม่น่าไปเอาเพลงต้องห้ามมาจากคอมไอ้ปลื้มเลยแฮะ) เอาเหอะ...เด๋วชวนเป็ดน้อยไปกินข้าวแก้เซ็งละกัน
ตอนนี้นั่งเฝ้าเป็ดน้อยทำงานอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องนั้นหรือป่าวทำให้ไม่อยากกลับ Apartment ไปนอน เอาเป็นว่าคงจะหายเซ็งเร็ว ๆ นี้มั้ง (อยู่ใกล้เป็ดน้อยแล้วอารมณ์ดีขึ้น 0.725%)
ไปละดีกว่า... 12月6日 วันเกิดถึงวันพ่อ...ก่อนอื่นต้อง Happy Father Day ก่อนเลย รักป๊านะคับ ถึงไม่ได้โทรไปหาแต่เมลล์ไปหาแล้วนะ หวังว่าป๊าคงได้เมลล์นะคับ
ขอแซวเพื่อนคนนึงหน่อย (ไม่เอ่ยชื่อละกันนะ) ประมาณว่าหัวแตกไปเย็บแถมต้องนอนโรงบาลด้วย (ไม่บอกละกันว่าทำไม) ออกจากโรงบาลไม่ถึงสองชั่วโมงก็กลับไปนอนอีกรอบ เนื่องด้วยพี่แกเล่นไปเตะบอลแล้วไปโหม่งโดนแผล ไม่รู้จะเรียกว่าโง่หรือฉลาดน้อยดี สรุปหมอแกเจอหน้าเพื่อนกระผมก็แซวไปว่าลืมของไว้ในห้องคนไข้หรอถึงรีบกลับมานอนเชียว (เฮ้อ...เพื่อนกู)
เมื่อวันศุกร์ที่ออฟฟิส (เฉพาะแผนกเรา) เค้ามีไปกินข้าวเย็นตามด้วยคาราโอเกะกัน ไปแล้วก็แอบไม่ค่อย Happy ซักเท่าไหร่แหละ เพราะเหมือนไม่ค่อยมีคนสนใจเราซักเท่าไหร่ (แล้วจะชวนกูไปทำไมเนี่ย) แถมก็มีคนด่าเราด้วย เซ็งว่ะ!!! เพื่อนที่ไทยเรายังไม่มีใครพูดอย่างนั้นกับเราเลยซักคน แล้วนี่แม่ง...เป็นเหียกไรถึงมาด่ากูเนี่ย ไปแล้วแอบเซ็งมากมาย สุดท้ายก็เลยขอกลับก่อนกับพี่โรส
รักเจ๊จิ๊บมากมายเลยฮะ ขอบคุณนะสำหรับคำปลอบใจของเจ๊ ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันคงขอแต่งงานไปแล้วเนี่ย ไม่เจอเจ๊ตั้งนานเลยอ่ะ ไว้กลับไปแล้วจะโทรไปหานะครับ (ที่โทรตอนนี้ไม่ได้เพราะไม่มี Calling Card อ่ะ ขี้เกียจซื้อมากมาย)
พูดเรื่องที่ Train งานบ้างดีกว่าแฮะ... เมื่อวาน Jason สอนให้ทำ Report อันนึง แล้วมันจะมีปุ่มให้ Click สี่ปุ่ม ไอ้สองปุ่มล่างเนี่ยถ้าเผลอไป Click เนี่ยจะได้ใจอย่างแรงเพราะว่ามันจะพิมพ์ Report จำนวนกว่าหกพันหน้าออกมา ที่สำคัญคือมันจะหยุดไม่ได้จนกว่าจะพิมพ์เสร็จ วิธีแก้ก็ง่ายมากมายคับ...ต้องโทรไป Texas ให้เค้าหยุดระบบให้ซึ่งได้ข่าวว่าใช้เวลาประมาณวันเศษ ๆ Jason เค้าบอกว่าครั้งล่าสุดที่ทาง Texas แก้ให้เนี่ยใช้เวลาเท่ากับพิมพ์ Report เวรเนี่ยเสร็จพอดี ฟังแล้วทำเราแอบอึ้ง... ประมาณว่านี่กูเป็นผู้พิทักษ์ความเป็นไปของโลกป่าววะ แม่ง...กดผิดทีได้เกิดเลย (ได้เกิดจริง ๆ ครับเพราะชื่อคุณจะถูกกล่าวขานไปในแผนกไปอีกนานที่ทำให้ Printer เป็นอัมพาตหนึ่งวันเต็ม) เราเรียกไอ้สองปุ่มต้องห้ามนี้ว่า “Buttons of the Month” (เนื่องด้วยว่า Report อันตรายนี้ทำเดือนละครั้ง และที่สำคัญกว่าคือถ้ากดไปแล้วชื่อเสียงเราจะโด่งดังไปถึง Texas และ Wellington ทั้งเดือน) เมื่อวันก่อนได้เมลล์ที่ทำให้อารมณ์ดีตั้งสองฉบับ ฉบับแรกก็แน่นอนจากป๋าเทียนเพื่อนเลิฟเขียนมาให้กำลังใจ อีกฉบับนี่ก็มาจากโจไข่หิน อันนี้เหมือนไอ้โจเขียนมาให้ฮาเล่น อ่านแล้วขำ ๆ งง ๆ ดีแฮะ ไว้กลับไปจะโทรหามึงนะ (เผอิญกูยากจนไม่มี Calling Card โทรกลับหามึงอ่ะ)
ช่วงนี้เหมือนทำใจได้มากขึ้นแล้วล่ะ แต่ว่าก็ยังมีแอบเซ็งบ้างเล็กน้อยเป็นบางครั้งบางคราวนะ เพราะเวลานั่งอยู่กับเค้ามันเหมือนเราเป็นอากาศเลย เค้าคุยกับทุก ๆ คนนอกจากเรา เค้ายิ้มให้กับทุก ๆ คนนอกจากเรา แต่ก็ดีแล้วล่ะจะได้ทำใจได้ไวขึ้น แถมมันยังทำให้เรารู้ว่าใครที่ Fake หรือโกหกเราบ้าง (ก็มีหลายคนเลยแฮะ) แล้วก็ทำให้รู้ว่ายังมีคนดี ๆ หลายคนในทีมที่เป็นห่วงเราจริง ๆ คราวหน้าที่มาอัพสเปซหวังว่าคงจะลืมเค้าได้แล้วนะ...
อยากกลับไทยจังเฟ้ย!!! 11月29日 วันเกิดปีที่ 24 ของเราสัปดาห์นี้เหมือนมีอะไรดีขึ้น ๆ เยอะแยะ แต่ก็ยังแอบเซ็งอยู่ดีแหละเนอะ ไว้มาบ่นให้ฟังทีละเรื่องละกันนะ
ต่อมาก็เรื่องปุ๊กสุดสวย คนนี้เค้ามานิวซีแลนด์แต่มาในกับคนละแผนกกับเราอ่ะ ปุ๊กเค้าบางทีก็ดีกับเรามากมายนะ แต่บางทีเค้าก็เหมือนแอบรำคาญเรา ไอ้เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจิง ๆ แล้วเค้ารู้สึกยังไงกันเนี่ย แต่ที่สำคัญเลยเวลาปุ๊กไม่สบายทำไมดูน่ารักกว่าปกติเนี่ย อย่างนี้ต้องไม่สบายบ่อย ๆ นะคะ อิอิ (ปล. แอบ Happy มากมายเวลาได้คุยกับปุ๊ก ไว้ว่าง ๆ จะไปช่วยสวดมนต์อยู่ชั้น 21 ด้วยนะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเพลงของเอิ้นด้วยนะคะ)
วันนี้วันเกิดเราแหละ (29 พย) แต่ก็ไม่ได้ expect ไว้นะว่าจะมีคนจำได้หรือต้องให้ของขวัญ แต่ปีนี้มันแปลก ๆ ไงเพราะไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ชมรมกับ Major แถมปีนี้ดันมาตรงกับช่วงทำงานที่ New Zealand อีกก็เลยแอบเซ็ง ๆ ประมาณว่าไม่อยากกินข้าวในวันเกิดกับคนที่ทำให้เราไม่มีความสุขนี่นา (หมายถึงแค่บางคนในทีมนะ)
ไม่คิดว่าจะได้คุยกับนัทด้วยอ่ะดีใจมากมายเลย เพราะนัทเงียบเหมือนมีคนขโมยกล่องเสียงไป (แต่ได้ข่าวว่าลูกหมูขโมยหัวใจนัทไปแล้วด้วยนี่) กลายเป็นว่าเด๋วนี้มีอะไรก็ไปกับไอ้ปลื้มกับนัทตลอดเลย แต่ไปกันสามคนก็ Happy ดีนะ ชิว ๆ ดี
เวลาทำงานเราจะได้เห็นด้านดีและไม่ดีของเพื่อน ๆ พี่ ๆ ใช่ป่ะ ตอนนี้ก็เห็นมาหลายคนละรวมทั้งของเราเองด้วย ตอนนี้ก็เครียดอยู่ว่าถ้ากลับไทยแล้วทำงานจริงเราจะรับเรื่องพวกนี้ได้แค่ไหน
เมื่อวันศุกร์ไปเจอ “เรื่องบังเอิญ” แบบเพลงของ Basher มาแหละ (ถ้าเป็นวงโซฟาก็ต้องเป็น “เรื่องมหัศจรรย์” ถ้าเป็นกบ ทรงสิทธิ์ก็ต้องเป็น “ปาฏิหารย์”) เพราะไปเจอเพื่อนมิคมาเที่ยวนิวซีแลนด์โดยบังเอิญ เพื่อนแกเล่นแบกกีตาร์นั่งดื่มเบียร์อยู่ใน Park เราก็เลยไปนั่งร้องเพลงให้มันเล่นกีตาร์ ฮามากมาย ถ้าใครมาเห็นต้องนึกว่าเราสองคนเมาแน่นอน (แต่ว่าเราไม่ได้ดื่มกับมิคนะ) มีสาว ๆ ญี่ปุ่นมากรี๊ดกร๊าดพอตัว (ไม่รู้ว่ากรี๊ดไล่เหมือนไล่แมงสาปรึป่าว) คิดถึงมึงว่ะแต่คิดถึงกีตาร์มึงมากกว่า 555 (ล้อเล่นนะ)
ช่วงนี้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับปุ๊ก ไปเดินเล่นกับไอ้ปลื้ม หยอดคุณจุ๊ โดนนู๋นัทแกล้ง (เราเป็นโรคจิตป่าวเนี่ย) แล้วก็เวลาได้ฟังเพลงชิว ๆ ในคอมเรา แต่ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันที่ได้เจอหน้าคน ๆ นั้นแล้วความสุขมันเหมือนจะหายไปทันที ก็หวังว่าอีกไม่นานเราคงจะทำใจได้
จะบอกว่ามีคน NZ ที่ทำ Pricing เหมือนเราเค้าลาหยุดไปเปิดแผ่นแหละ ฟังแล้วแอบขำมากมาย ไม่คิดว่าจะมีพนักงาน Exxon เป็น DJ เปิดแผ่น วันก่อนฟังเพื่อน ๆ ในทีมร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าทำไมเสียงดีกันจังฟะ โดยเฉพาะจุ๊ ถ้าจุ๊แขนเล็กกว่านี้หน่อยนี่เป็นนักร้องได้สบายเลยนะ 555
11月20日 เหงา ๆ และแอบเศร้าเล็กน้อยก็มาอัพสเปซแบบชิว ๆ ละกันวันนี้อ่านแล้วไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะแค่นี้ก็เครียดมากพออยู่ละ ใช่ป่าว???
ขอบคุณบีมากมายนะที่มาบอกเราเรื่องนั้น (ไม่บอกละกันนะว่าเรื่องอะไร) ขอบคุณจิง ๆ คับผม แล้วก็ขอบคุณลักษ์กับป๋วยด้วยที่มาทำอาหารให้กิน อร่อยมากมายคับ (คิดถึงคุณพี่สาวอากาเนะจัง) ขอบคุณพี่ ๆ Team Lead ฮะที่มีอะไรก็ลากผมไปลำบากด้วย แต่ไปกับพวกพี่แล้วเฮฮามากมายกว่าอยู่กับเพื่อน ๆ บางคน ที่สำคัญสุดคงต้องขอบคุณไอ้ปลื้มมั้งในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดในทีมนี้ ถ้าไม่มีแกนะการมา NZ คราวนี้คงเป็น Trip ที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตว่ะ เอาเป็นว่าแกมีอะไรบอกฉันได้นะเฟ้ย ฝึกงานก็อย่าคิดมากทุกคนเค้ารู้ว่าแกทำได้อยู่แล้วว่ะ
วันต่อมาก็ช่วยพี่สมบูรณ์ (Supervisor เราอ่า) แบกกระเป๋าขึ้นรถไปสนามบิน วันนี้เคืองมากมาย (ไม่ได้แอบเคืองนะเพราะโกรธมาก ๆ ) เนื่องด้วยว่าเราไปเห็นคนในทีมเดินชนพี่สมบูรณ์ตอนพี่เค้าช่วยยกกระเป๋าของคนในทีมลงจากรถ เราว่ามันเกินไปอ่ะเพราะมันเหมือนไม่เคารพพี่เค้ายังไงก็ไม่รู้ แถมที่สำคัญพอชนพี่เค้าเราก็เห็นสองสามคนนั้นไปนั่งคุยกันที่รถโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลย แต่ว่าตอนนี้เราเฉย ๆ แล้วล่ะในเมื่อพี่เค้าไม่ได้ว่าอะไร เราก็เลยไม่อยากจะเก็บไปคิดให้เซ็งด้วยอ่ะ วันนี้เราไปตึกออฟฟิสครั้งแรก บรรยากาศก็โอเคพอตัว แล้วก็ได้คุยกับคนที่เราแอบชอบไปแหละว่าเราชอบเค้าแต่แค่ชอบเฉย ๆ คงไม่ทำอะไรมากกว่านี้ (ประมาณเป็นคนเจียมตัวเหมือน So Cool) ที่บอกเค้าไปก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อนะ ก็หวังว่าเค้าคงไม่ห่างหายไปละกัน หลังจากนั้นก็ได้คุยกับ Pitcher ของเรา (คนสอนงาน) เนื่องด้วยว่าเค้าเป็นคนเรียบร้อยมากก็เลยไม่รู้จะคุยอะไรดี โชคดีที่จุ๊ผ่านมาก็เลยให้จุ๊ไปรับหน้าแทน ขอบคุณมากมายคับ
ไม่คิดว่าการได้มาทำงานเมืองนอกจะแอบลำบากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเรื่องสายการบินมัน Cancel หรือไม่ว่าจะเรื่องที่เพื่อนในทีมบางคน Treat เราเหมือนเป็นคนนอก หรือจะเรื่องที่ห่างไกลความเจริญและค่า Internet โหด (ประมาณว่าปล้นกูเลยดีกว่า) แต่ว่าการได้มาที่นี่คราวนี้เค้าทำให้เราได้เห็นธาตุแท้ของคนหลาย ๆ คนมาก และก็ได้เจอกับเพื่อนดี ๆ หลายคนเหมือนกัน แอบประทับใจมากมายเลย...
อาจจะไม่ได้อัพสเปซอีกนานอ่ะ เพราะเน็ตแพงมากมายเลย ไว้ยังไงก็เมลล์มาหาหรือเม้นไว้ให้เราละกันนะ 11月15日 Be sensitive!!!วันนี้ตอนกลางวันไปนั่งกับพวกพี่ ๆ และเจ้านายมา ก็เลยแอบเหงาเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะไม่กล้าแซวใครมาก แต่ก็ได้ยินบีแอบแซวโบ๊ทว่าเด็ก ๆ เหมือนทอม นึกภาพไม่ออกเลยแฮะ ออกจะน่ารักขนาดนี้ (อิอิ) แต่จะว่าไปบีกับโบ๊ทก็เหมือนกันกว่าที่เราคิดแฮะ ดูได้จากตอนที่นั่งรถสองสาวกลับบ้านไปด้วยกัน เราว่าสองสาวนี้มีอะไรที่สมกับเป็นฝาแฝดจิง ๆ เลย
พรุ่งนี้ต้องขับรถไปทำงานแหละ ไม่อยากขับรถเลยเพราะรถติดมากมายนัก แต่เนื่องด้วย Laptop ของปลื้มอยู่บนรถเราก็เลยต้องขับไปเพราะแบกไม่ไหวจิง ๆ เป้ที่ใส่ Laptop ก็ดันเหมือนเป้เด็ก ม.ปลายมากมาย ถ้าสะพายไปสองอันก็คง...นะ (ถ้าใส่ชุดเซนต์ฯ ไปคงเข้าอ่ะ แต่ใส่ชุดทำงานแล้วสะพายอย่างนี้มันแอบเอ๋ออ่ะ)
เราคงโชคดีมากมายจิง ๆ ที่ได้มาอยู่ FMCS ของ ANZ อ่ะ ได้เจอกับเพื่อนดี ๆ หลายคน แถมได้ทำงานกับคนที่เก่ง ๆ อย่างพี่ ๆ Team Lead รวมทั้งได้เจ้านายดี ๆ มากมายด้วย อยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะไปได้ไกลอย่างคุณ Robert แฮะ
เมื่อวานมีคนแอบถามเราว่าทำไมถึงต้องทำตัวให้คนเกลียดด้วย โดยเฉพาะชอบทำตัวไม่ดีต่อหน้าคนที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วย เราเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี วันนี้ตอนกลับบ้านก็เลยนั่งคิดจนได้คำตอบที่คิดว่าดีที่สุดมั้ง เราคงไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกดีกับเค้ามากเกินไปมั้ง ประมาณว่าถ้าทำอย่างนั้นแล้วมันคงรักษาระยะห่างได้ไง เพราะเรากลัวว่าถ้าใกล้กันมากทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม... ว่าแต่เครียดแฮะเวลาคุยเรื่องนี้ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
เราอยากทำได้แบบคุณเพื่อนนัทนะที่มองอะไร ๆ ในแง่ดีได้ตลอดเลย บางทีเราก็สงสัยว่านัทเคยรู้สึกแย่ ๆ บ้างรึป่าว แต่เค้าก็เคยบอกเรานะว่าเราเป็นของเราแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว เพราะถ้าทุกคนต่างเหมือนกันหมดก็จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป และอะไร ๆ คงดูน่าเบื่อไปหมด
ตอนนี้เราสร้างภาพพจน์ว่าเป็นเด็กปากหมาติด Casino ต่อหน้าประชากรในทีมไปละ แต่ก็ดีแล้วล่ะทุกคนจะได้คิดว่าเราเป็นคนไม่ดี เพราะถ้าเป็นคนดีจะไม่มีที่อยู่ (โปเตโต้เค้าก็บอกไว้)
ตอนเย็นไปดูฮิมกินข้าวมาแหละ แบบว่าฮิมหน้าตาดีมากมายเลย ไม่เชื่อลองไปเจอตัวจิงละกัน... อัพแค่นี้ละกัน อ่อ... Blog ที่ชื่อ "เจ้าหญิงสิบสามแบบ" ที่บางคนอยากอ่านเอา link มาให้ละ http://rayncross.spaces.live.com/blog/cns!E187CD365CB0EB3D!658.entry ลองไปอ่านละกันนะ |
|
|